Click to order
Total: 
Your Name
Your Email
Your Phone
รายละเอียดข้อความ
โปรดระบุชื่อสินค้าและข้อความที่ต้องการปั๊ม
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง
ปีงบประมาณ 2561
รายงานประเมิน บทวิเคราะห์รายได้ชุมชน และ Data Visualization
ชุมชนบ้านสลักคอก และบ้านน้ำเชี่ยว ในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รอบปีงบประมาณ 2561
บทวิเคราะห์รายเดือน ต.ค. - ธ.ค. 2560
ตุลาคม 2560
พฤศจิกายน 2560
ธันวาคม 2560
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน ตุลาคม 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนตุลาคม 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ 3,681 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ 0.543 แสดงให้การกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนตุลาคมขยายตัวได้ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 1,534.1 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ +9.35 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้ปรับปัจจัยสนับสนุน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ +6.41 และชาวต่างชาติที่ขยายตัวร้อยละ +13.28 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเป็นช่วงเดือนที่เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลฝั่งตะวันออก (ระหว่างช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน) นอกจากนี้ จังหวัดตราดเป็น 1 ในจังหวัดที่ภาครัฐส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ต้องห้ามพลาด เพื่อส่งเสริมภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,681 บาท ปรับตัวลดลงจากเดือนตุลาคม 2559 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,155 บาท หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -28.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่างจากทิศทางของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด ส่วนหนึ่งจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยงของชุมชนบ้านสลักคอกที่ปรับตัวลดลงเป็นสำคัญ ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.543 ซึ่งแม้จะสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 เล็กน้อย แต่ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.600 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,389 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม 2559 อยู่ที่ 7,409 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -40.8 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนกรุ๊ปทัวร์ที่เข้ามาดูงานลดลง เนื่องจากในเดือนตุลาคมยังเป็นช่วงปลายฤดูฝน ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวในชุมชน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.619 ซึ่งสูงกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.543 และสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 อย่างไรก็ดี ค่า Gini ในเดือนตุลาคม 2560 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับสูงถึง 0.738 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,974 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม 2559 อยู่ที่ 2,900 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ +2.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยฐานต่ำจากปีก่อน เนื่องเมื่อช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นช่วงไว้อาลัย ทำให้ภาพรวมของการท่องเที่ยวในชุมชนไม่คึกคักเท่าที่ควร
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวข ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.467 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.543 และต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. ส่งเสริมให้มีการจัดฝึกอบรมอาชีพเสริมแก่สมาชิกในชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ
3. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน พฤศจิกายน 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ 3,482 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ 0.530 แสดงให้การกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนพฤศจิกายนขยายตัวได้ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,557.2 ล้านบาท หรือขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ร้อยละ +10.93 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวเร่งขึ้นที่ร้อยละ +11.83 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติที่ขยายตัวร้อยละ +9.80 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลฝั่งตะวันออก จึงส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,482 บาท ปรับตัวลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,746 บาท หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -26.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่างจากทิศทางของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด ส่วนหนึ่งจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาบ้างแม้จะพ้นฤดมรสุมแล้ว โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยงของชุมชนบ้านสลักคอกและชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวลดลงเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.530 ซึ่งแม้จะสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 เล็กน้อย แต่ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.543 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,280 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายน 2559 อยู่ที่ 6,173 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -30.7 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่น้อยลง ทั้งจากปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาบ้างแม้จะเป็นช่วงนอกฤดูมรสุม ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวในชุมชน ซึ่งต้องใช้เรือในการโดยสาร นอกจากนี้ ชุมชนบ้านสลักคอกรับนักท่องเที่ยวได้ในปริมาณที่จำกัด ตามทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด เช่น เรือ เป็นต้น ทำไม่สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวปริมาณมากได้
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.633 ซึ่งสูงกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.543 และสูงกว่าค่า Gini ในเดือนตุลาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.619 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,684 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่งอยู่ที่ 3,319 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -19.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวจากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักค้างคืนในชุมชน เป็นการท่องเที่ยวแบบ 1-Day Trip ซึ่งแม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาต่อเนื่อง แต่รายได้ปรับตัวลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.428 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.530 และต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. ส่งเสริมให้มีการจัดฝึกอบรมอาชีพเสริมแก่สมาชิกในชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ
3. สนับสนุนการจัดสรรวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน ธันวาคม 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนธันวาคม 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ 3,539 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ 0.513 แสดงให้การกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนธันวาคมขยายตัวได้ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,678.2 ล้านบาท หรือขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ร้อยละ +10.55 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวเร่งขึ้นที่ร้อยละ +9.61 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติที่ขยายตัวร้อยละ +11.70 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลฝั่งตะวันออก จึงส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,539 บาท ปรับตัวลดลงจากเดือนธันวาคม 2559 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,181 บาท หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -31.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่างจากทิศทางของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด ส่วนหนึ่งจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาบ้างแม้จะพ้นฤดมรสุมแล้ว โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยงของชุมชนบ้านสลักคอกและชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวลดลงเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.513 ซึ่งแม้จะสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 เล็กน้อย แต่ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.530 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,815 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนธันวาคม 2559 อยู่ที่ 6,582 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -42.0 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่น้อยลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ชุมชนบ้านสลักคอกมีข้อจำกัดในการรับปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมากตามทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด เช่น เรือ เป็นต้น ทำไม่สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวปริมาณมากได้
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.587 ซึ่งสูงกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.530 แต่ปรับตัวลดลงจากเดือนตุลาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.633 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นชัดเจน

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,263 บาทต่อครัวเรือน โดยแม้ว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 2,684 บาทต่อครัวเรือน แต่ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งอยู่ที่ 3,781 บาท/ครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนหดตัวชะลอลงที่ร้อยละ -13.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวแบบรายวันโดยไม่ค้างคืนมากขึ้น ส่งผลให้แม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาต่อเนื่อง แต่รายได้ปรับตัวลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.439 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.530 และต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 อย่างไรก็ดี ปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 0.428 เล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่เริ่มสะท้อนความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. สนับสนุนการจัดสรรวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน
3. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
บทวิเคราะห์รายเดือน ม.ค. - มี.ค. 2561
มกราคม 2561
กุมภาพันธ์ 2561
มีนาคม 2561
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน มกราคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนมกราคม 2561 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 4,232 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่ 0.516 แสดงให้การกระจายตัวของรายได้ที่ค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนมกราคมขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,956.3 ล้านบาท หรือขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ร้อยละ +10.99 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวร้อยละ +8.78 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติที่ขยายตัวเร่งขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ที่ร้อยละ +12.65 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลฝั่งตะวันออก จึงส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,232 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือน แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนมกราคม 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,519 บาท หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -23.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่างจากทิศทางของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด ส่วนหนึ่งจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาบ้างแม้จะพ้นฤดมรสุมแล้ว โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกและชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวลดลงเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.516 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 เล็กน้อย อย่างไรก็ดี ค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.513 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ค่อนข้างทรงตัว

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,700 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือน แต่ยังคงต่ำกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมกราคม 2561 ซึ่งอยู่ที่ 7,267 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนมกราคม 2561 หดตัวร้อยละ -21.6 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่น้อยลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ยังคงตกลงมาแม้จะไม่ใช่ช่วงฤดูมรสุมแล้ว และการที่ชุมชนบ้านสลักคอกมีข้อจำกัดในการรับปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมากตามทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด เช่น เรือ เป็นต้น ทำไม่สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวปริมาณมากได้
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.577 ซึ่งสูงกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.516 แต่ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,763 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3,263 บาทต่อครัวเรือน และลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมกราคม 2560 ซึ่งอยู่ที่ 3,771 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนหดตัวเร่งขึ้นที่ร้อยละ -26.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวแบบรายวันโดยไม่ค้างคืนมากขึ้น ส่งผลให้แม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาต่อเนื่อง แต่รายได้ปรับตัวลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.454 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.516 และต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 อย่างไรก็ดี ได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. ส่งเสริมให้มีการจัดฝึกอบรมอาชีพเสริมแก่สมาชิกในชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ
3. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน กุมภาพันธ์ 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561ลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 3,733 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.550 แสดงให้การกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ยังคงได้ดีขยายตัวต่อเนื่อง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ 1,813.3 ล้านบาท หรือขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องที่ร้อยละ +10.90 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ +10.34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติที่ขยายตัวดีต่อเนื่องที่ร้อยละ +11.70 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลฝั่งตะวันออก จึงส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,733 บาท ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4,232 บาทต่อครัวเรือน และอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,269 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 หดตัวที่ร้อยละ -12.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่างจากทิศทางของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด ส่วนหนึ่งจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาบ้างแม้จะพ้นฤดูมรสุมแล้ว โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกที่ลดลงเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.550 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 และค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.516 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,250 บาทต่อครัวเรือน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 5,700 บาทต่อครัวเรือน และอยู่ในระดับต่ำกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งอยู่ที่ 5,825 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 หดตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ร้อยละ -27.0 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่น้อยลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ยังคงตกลงมาแม้จะไม่ใช่ช่วงฤดูมรสุมแล้ว และการที่ชุมชนบ้านสลักคอกมีข้อจำกัดในการรับปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมากตามทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด เช่น เรือ เป็นต้น ทำไม่สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวปริมาณมากได้
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.622 ซึ่งสูงกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.550 และปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.577 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,216 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 2,763 บาทต่อครัวเรือน และเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งอยู่ที่ 2,714 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนที่ร้อยละ +18.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวในจังหวัดตราด อีกทั้งมีกรุ๊ปนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวแบบรายวันมากขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.478 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.550 และต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 อย่างไรก็ดี ได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. ส่งเสริมให้มีการจัดฝึกอบรมอาชีพเสริมแก่สมาชิกในชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ
3. สนับสนุนการจัดสรรวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน มีนาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนมีนาคม 2561 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 4,513 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.487 แสดงให้การกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนมีนาคม 2561 ขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 1,909.7 ล้านบาท หรือขยายตัวในระดับเร่งขึ้นที่ร้อยละ +15.52 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ +12.76 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติที่ขยายตัวเร่งขึ้นเช่นกัน โดยขยายตัวสูงถึงร้อยละ +17.59 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลฝั่งตะวันออก กอปรกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องส่งผลให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,513 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 3,733 บาทต่อครัวเรือน แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนมีนาคม 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,916 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนมีนาคม 2561 ยังคงหดตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ -23.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่างจากทิศทางของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด ส่วนหนึ่งจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาบ้างแม้จะพ้นฤดูมรสุมแล้ว โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัว

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.487 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 และค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.550 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นชัดเจน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,200 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4,250 บาทต่อครัวเรือน แต่อยู่ในระดับต่ำกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งอยู่ที่ 5,400 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนมีนาคม 2561 หดตัวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ร้อยละ -3.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ในช่วงดังกล่าวยังคงฝนที่ยังคงตกลงมาแม้จะไม่ใช่ช่วงฤดูมรสุมแล้ว นอกจากนี้ ชุมชนบ้านสลักคอกรับปริมาณนักท่องเที่ยวได้ในปริมาณที่ค่อนข้างจำกัดเนื่องจากทรัพยากรเพื่อสนับสนุนรายได้เสริมด้านการท่องเที่ยวมีไม่มากนัก เช่น เรือ เป็นต้น ทำไม่สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวปริมาณมากได้
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.529 ซึ่งสูงกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.487 อย่างไรก็ดี ค่า Gini ดังกล่าวปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.622 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,826 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3,216 บาทต่อครัวเรือน แต่ลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งอยู่ในระดับสูงถึง 6,432 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนกลับมาหดตัวที่ร้อยละ -40.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวแบบรายวันโดยไม่ค้างคืนมากขึ้น ส่งผลให้แม้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาต่อเนื่อง แต่รายได้ปรับตัวลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.446 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.487 และต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 นอกจากนี้ ค่า Gini ดังกล่าวยังปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.478 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นและเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. สนับสนุนการจัดสรรวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน
3. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
บทวิเคราะห์รายเดือน เม.ย. - มิ.ย. 2561
เมษายน 2561
พฤษภาคม 2561
มิถุนายน 2561
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน เมษายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนเมษายน 2561 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 5,207 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.458 แสดงให้การกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนเมษายน 2561 ขยายตัวดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ 1,728.1 ล้านบาท หรือขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ +10.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวที่ร้อยละ +9.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยขยายตัวสูงถึงร้อยละ +14.0 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์ กอปรกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องส่งผลให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,207 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4,513 บาทต่อครัวเรือน และอยู่ในระดับสูงกว่าเดือนเมษายน 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,597 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนเมษายน 2561 ขยายตัวในระดับสูงถึงร้อยละ 13.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับทิศทางของรายได้จากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวที่เพิ่มขึ้นในระดับสูงเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.458 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 และค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.487 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นชัดเจน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,714 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 5,200 บาทต่อครัวเรือน และเพิ่มขึ้นสูงกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนเมษายน 2560 ซึ่งอยู่ที่ 5,400 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนเมษายน 2561 ขยายตัวที่ร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่ต่อเนื่อง กอปรกับชาวบ้านที่ทำการประมงและสวนทุเรียนที่มีรายได้เพิ่มขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ดี กลุ่มชาวบ้านที่ทำสวนมะพร้าวและยางพาราจะมีรายได้ลดลง ตามราคาขายที่ลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,714 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 5,200 บาทต่อครัวเรือน และเพิ่มขึ้นสูงกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนเมษายน 2560 ซึ่งอยู่ที่ 5,400 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนเมษายน 2561 ขยายตัวที่ร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่ต่อเนื่อง กอปรกับชาวบ้านที่ทำการประมงและสวนทุเรียนที่มีรายได้เพิ่มขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ดี กลุ่มชาวบ้านที่ทำสวนมะพร้าวและยางพาราจะมีรายได้ลดลง ตามราคาขายที่ลดลง

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,700 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3,826 บาทต่อครัวเรือน และเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนเมษายน 2560 ซึ่งอยู่ในระดับสูงถึง 6,432 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนขยายตัวสูงถึงร้อยละ 31.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวในจังหวัดตราด อีกทั้งมีกรุ๊ปนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวแบบค้างคืนมากขึ้น ส่งผลให้รายได้จากโฮมสเตย์เพิ่มขึ้นชัดเจน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.449 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.458 และต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 อย่างไรก็ดี ค่า Gini ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.446 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
3. ส่งเสริมให้มีการจัดฝึกอบรมอาชีพเสริมแก่สมาชิกในชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ
4. ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช ผัก และผลไม้ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากราคาขายที่ลดลง
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน พฤษภาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 4,531 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.545 แสดงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมมากขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนพฤษภาคม 2561 ขยายตัวดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 1,626.9 ล้านบาท หรือขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ +8.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวที่ร้อยละ +6.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยขยายตัวสูงถึงร้อยละ +10.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,531 บาท ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 5,207 บาทต่อครัวเรือน แต่อยู่ในระดับสูงกว่าเดือนพฤษภาคม 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,887 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนพฤษภาคม 2561 ขยายตัวในระดับสูงถึงร้อยละ 16.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับทิศทางของรายได้จากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวที่เพิ่มขึ้นในระดับสูง จากปัจจัยฐานต่ำในปีก่อนหน้าเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.545 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 และค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.458 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,300 บาทต่อครัวเรือน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 5,714 บาทต่อครัวเรือน และต่ำกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพฤษภาคม 2560 ซึ่งอยู่ที่ 5,538 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนพฤษภาคม 2561 หดตัวที่ร้อยละ -4.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพื้นที่ต่อเนื่อง ผลจากกลุ่มชาวบ้านที่ทำสวนมีรายได้ลดลง ตามราคาขายที่ลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านสลักคอก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านสลักคอก ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.545 ซึ่งเท่ากับ ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง อย่างไรก็ดี ค่า Gini ดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.468 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,732 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 4,700 บาทต่อครัวเรือน แต่เพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพฤษภาคม 2560 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่ 2,236 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนขยายตัวสูงถึงร้อยละ 68.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแม้จะมีการขยายตัวของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวเพิ่มขึ้นในระดับสูงจากปีก่อนหน้า ซึ่งเกิดจากปัจจัยฐานต่ำ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่มีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการใหม่ ทำให้ลูกค้าลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.522 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.545 แต่สูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 ทั้งนี้ ค่า Gini ดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.449 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
3. ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช ผัก และผลไม้ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากราคาขายที่ลดลง
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน มิถุนายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนมิถุนายน 2561 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 3,696 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.556 แสดงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนมิถุนายน 2561 ขยายตัวดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ 1,395.1 ล้านบาท หรือขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ +12.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวที่ร้อยละ +10.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติที่ขยายตัวดีเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยขยายตัวสูงถึงร้อยละ +14.9 จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,696 บาท ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4,531 บาทต่อครัวเรือน และอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนมิถุนายน 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,634 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนมิถุนายน 2560 หดตัวร้อยละ -15.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่างจากทิศทางของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราด ส่วนหนึ่งจากการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการของชุมชนบ้านนน้ำเชี่ยวและปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาเนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงมรสุม โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวและชุมชนบ้านสลักคอกที่ลดลงเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.556 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 และค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.545 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,344 บาทต่อครัวเรือน ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 5,300 บาทต่อครัวเรือน และต่ำกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมิถุนายน 2560 ซึ่งอยู่ที่ 5,654 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนมิถุนายน 2561 หดตัวที่ร้อยละ -23.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากกลุ่มชาวบ้านที่ทำสวนมีรายได้ลดลง ตามราคาขายที่ลดลง อย่างไรก็ดี กลุ่มชาวบ้านที่ทำประมงมีรายได้เพิ่มขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านสลักคอก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านสลักคอก ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.567 ซึ่งสูงกว่าค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง นอกจากนี้ ค่า Gini ดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.545 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,048 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3,762 บาทต่อครัวเรือน และต่ำกว่าจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมิถุนายน 2560 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่ 3,075 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนหดตัวร้อยละ -0.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ชุมชนอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการใหม่ทำให้ลูกค้าลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.545 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.556 แต่สูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 ทั้งนี้ ค่า Gini ดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.522 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
3. ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช ผัก และผลไม้ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากราคาขายที่ลดลง
บทวิเคราะห์รายเดือน ก.ค. - ก.ย. 2561
กรกฎาคม 2561
สิงหาคม 2561
กันยายน 2561
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน กรกฎาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 4,337 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.476 แสดงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำลดลง ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนกรกฎาคม 2561 ขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะชะลอลงบ้าง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 1,208.2 ล้านบาท ปรับตัวตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า แม้จะขยายตัวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยขยายตัวที่ร้อยละ +5.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวที่ร้อยละ +4.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติขยายตัวที่ร้อยละ +5.4 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี ในภาพรวม การท่องเที่ยวของจังหวัดตราดยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,337 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 3,696 บาทต่อครัวเรือน และอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนกรกฎาคม 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,394 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนกรกฎาคม 2560 ยังคงหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ -1.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของรายได้จากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราดซึ่งชะลอลงจากเดือนหน้า ส่วนหนึ่งจากปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาเนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงมรสุม โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกที่ลดลงเป็นสำคัญ ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวเพิ่มขึ้น

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.476 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แต่ค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.556 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำลดลง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,912 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4,344 บาทต่อครัวเรือน แต่ต่ำกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งอยู่ที่ 5,864 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนกรกฎาคม 2561 หดตัวที่ร้อยละ -16.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านสลักคอก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านสลักคอก ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.567 ซึ่งสูงกว่าค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ทั้งนี้ ค่า Gini ดังกล่าวปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.567 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำลดลง

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,762 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3,048 บาทต่อครัวเรือน และสูงกว่าจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่ 2,925 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนขยายตัวในระดับสูงถึงร้อยละ -28.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่การปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการใหม่เริ่มลงตัวมากขึ้น ทำให้สามารถรับลูกค้าได้เพิ่มขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.449 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.449 และต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 ทั้งนี้ ค่า Gini ดังกล่าวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.545 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำลดลง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
3. ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช ผัก และผลไม้ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากราคาขายที่ลดลง
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน สิงหาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนสิงหาคม 2561 ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 4,241 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.540 แสดงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนสิงหาคม 2561 ขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะชะลอลงบ้าง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 1,192.5 ล้านบาท (ข้อมูลเบื้องต้น โดยประมาณการจากอัตราการขยายตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา) ปรับตัวตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า แม้จะขยายตัวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยขยายตัวที่ร้อยละ +4.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวที่ร้อยละ +5.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติขยายตัวที่ร้อยละ +3.9 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี ในภาพรวม การท่องเที่ยวของจังหวัดตราดยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,241 บาท ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4,337 บาทต่อครัวเรือน แต่อยู่ในระดับสูงกว่าเดือนสิงหาคม 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,858 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนสิงหาคม 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 9.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่างจากทิศทางของรายได้จากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราดซึ่งชะลอลงจากเดือนหน้า โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของทั้งชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวและชุมชนบ้านสลักคอกที่เพิ่มขึ้น

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.540 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 โดยค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.476 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,053 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4,912 บาทต่อครัวเรือน และสูงกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งอยู่ที่ 4,985 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนสิงหาคม 2561 ขยายตัวที่ร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านสลักคอก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านสลักคอก ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.554 ซึ่งสูงกว่าค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ทั้งนี้ ค่า Gini ดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.503 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,429 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3,762 บาทต่อครัวเรือน แต่อยู่ในระดับสูงกว่าจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่ 2,732 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนขยายตัวร้อยละ 25.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่การปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการชุมชนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถรับลูกค้าได้เพิ่มขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.526 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.540 และสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 ทั้งนี้ ค่า Gini ดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.449 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
3. ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช ผัก และผลไม้ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากราคาขายที่ลดลง
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง รายเดือน กันยายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ประจำเดือนกันยายน 2561 ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่เฉลี่ย 4,102 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.529 แสดงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำลดลง ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในเดือนกันยายน 2561 ขยายตัวได้ต่อเนื่อง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดตราด ประจำเดือนเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ 1,182.0 ล้านบาท (ข้อมูลเบื้องต้น โดยประมาณการจากอัตราการขยายตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา) ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1,192.5 ล้านบาท แต่ปรับตัวตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยขยายตัวที่ร้อยละ +6.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัวที่ร้อยละ +7.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และชาวต่างชาติขยายตัวที่ร้อยละ +5.2 จากช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,102 บาท ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 4,241 บาทต่อครัวเรือน และอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนกันยายน 2560 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,858 บาท ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนกันยายน 2561 หดตัวที่ร้อยละ -31.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของรายได้จากการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดตราดซึ่งชะลอลงจากเดือนหน้า ส่วนหนึ่งจากปัจจัยภูมิอากาศที่ยังคงมีฝนตกลงมาเนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงมรสุม โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่หดตัว เกิดจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกที่หดตัวเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.529 ซึ่งสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 โดยค่า Gini ดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.540 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำลดลง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านสลักคอก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสลักคอกประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,088 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 5,053 บาทต่อครัวเรือน แต่อยู่ในระดับต่ำกว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนกันยายน 2560 ซึ่งอยู่ในระดับสูงถึง 9,093 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนกันยายน 2561 หดตัวสูงถึงร้อยละ -44.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านสลักคอก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านสลักคอก ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.552 ซึ่งสูงกว่าค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ทั้งนี้ ค่า Gini ดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.526 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำลดลง

» ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,115 บาทต่อครัวเรือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3,429 บาทต่อครัวเรือน แต่อยู่ในระดับสูงกว่าจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนกันยายน 2560 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่ 2,845 บาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนเฉลี่ยต่อครัวเรือนขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ร้อยละ . เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่การปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการชุมชนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถรับลูกค้าได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.507 ซึ่งต่ำกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที่อยู่ระดับ 0.529 และสูงกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 ทั้งนี้ ค่า Gini ดังกล่าวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.526 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำลดลง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สนับสนุนแนวทางการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เช่น สื่อออนไลน์หรือหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
2. สนับสนุนการฝึกภาษาต่างประเทศเพื่อให้ชุมชนสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
3. ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช ผัก และผลไม้ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากราคาขายที่ลดลง