Click to order
Cart
Total: 
Your Name
Your Email
Your Phone
รายละเอียดข้อความ
โปรดระบุชื่อสินค้าและข้อความที่ต้องการปั๊ม
พื้นที่พิเศษเลย
ปีงบประมาณ 2561
รายงานประเมิน บทวิเคราะห์รายได้ชุมชน และ Data Visualization
ชุมชนบ้านนาอ้อ ปลาบ่า ภูป่าเปาะ และกกสะทอน ในพื้นที่พิเศษเลย รอบปีงบประมาณ 2561
บทวิเคราะห์รายเดือน ต.ค. - ธ.ค. 2560
ตุลาคม 2560
พฤศจิกายน 2560
ธันวาคม 2560
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน ตุลาคม 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนตุลาคม 2560 ขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 3,861 บาท ต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนภูป่าเปาะ ปลาบ่า กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 6,484 5,910 2,022 และ 1,030 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.452 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.254 และ 0.286 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) ได้แก่ ชุมชนนาอ้อ และปลาบ่า อยู่ที่ 0.634 และ 0.635 ตามลำดับ

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ 345 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 5.5 และ 7.4 %yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนตุลาคม 2560 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 1.8 %yoy โดยแบ่งเป็นการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 1.8 และ 3.2 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลยที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,861 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนต.ค. 2559 อยู่ที่ 2,558 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 51.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมของทุกชุมชนเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า มาอยู่ที่ระดับ 0.452 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนกันยายน 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.458 บ่งชี้การกระจายตัวที่แย่ลงเล็กน้อยของรายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดีและมีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.254 และ 0.286 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) ซึ่งสะท้อนการกระจายรายได้ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนนาอ้อ และปลาบ่า อยู่ที่ 0.634 และ 0.635 ตามลำดับ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,030 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนต.ค. 59 อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า มาอยู่ที่ระดับ 0.634 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่แย่ลง โดยมีค่าสูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อที่ไม่ดีนัก หรือมีความเหลื่อมล้ำสูง

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,910 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือน ต.ค. 59 อยู่ที่ 1,400 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 322.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ร้านค้าวิสาหกิจชุมชนที่มีการขยายขนาดธุรกิจโดยการสร้างโรงงานขยายกำลังการผลิตสินค้าชุมชนเพิ่มขึ้น เช่น การผลิตและบรรจุภัณฑ์ของถั่วแมคคาดิเมีย
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า มาอยู่ที่ระดับ 0.635 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการกระจายตัวของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนที่แย่ลง โดยมีค่าสูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่าที่ไม่ดีนัก หรือมีความเหลื่อมล้ำสูง

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,484 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนต.ค. 59 อยู่ที่ 6,438 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า มาอยู่ที่ระดับ 0.635 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่ามีการกระจายตัวของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนที่แย่ลง โดยมีค่าสูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่าที่ไม่ดีนัก หรือมีความเหลื่อมล้ำสูง

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,022 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนต.ค. 59 อยู่ที่ 1,433 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 41.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า มาอยู่ที่ระดับ 0.286 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน มีการกระจายตัวได้ดีขึ้น โดยมีค่าต่ำกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนการกระจายรายได้ที่ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• ควรส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวภายในชุมชนกกสะทอนเพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ
• การอบรมให้ความรู้ด้านวิสาหกิจชุมชนให้แก่ชุมชนกกสะทอนเพื่อเป็นการรายได้เสริมชุมชนในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลการท่องเที่ยว
• การปรับปรุงพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวให้สะอาดและสวยงามอยู่เสมอ

ชุมชนภูป่าเปาะ
• มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนในชุมชนภูป่าเปาะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่การเดินทางเพื่อเข้ามายังชุมชนภูป่าเปาะยังมีความไม่สะดวก
• ชุมชนได้เพิ่มความหลากหลายผลิตภัณฑ์ชุมชนจากการทดลองปลูกพืชผักเมืองหนาวมากขึ้น เช่น เครส สตอเบอรี่ และใบชา เนื่องจากความเหมาะสมของภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ ขณะเดียวกันชุมชนจำเป็นต้องเรียนรู้ด้านการตลาดเชิงพาณิชย์มากขึ้น
• ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการอบรมให้ความรู้ด้านภาษาเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ชุมชนปลาบ่า
• ควรส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวภายในชุมชนปลาบ่า เพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลการท่องเที่ยว รวมถึงการอบรมให้ความรู้แก่ชุมชนปลาบ่าด้านการประกอบกิจการวิสาหกิจชุมชน
• การปรับปรุงพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวให้สะอาดและสวยงามอยู่เสมอ

ชุมชนนาอ้อ
• ควรส่งเสริมและให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวภายในชุมชนนาอ้อ และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว
• การอบรมให้ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้แก่ชุมชนเพื่อเกิดความรักความเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือ
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน พฤศจิกายน 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนพฤศจิกายน 2560 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 3,505 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนปลาบ่า ภูป่าเปาะ กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 6,302 4,362 2,062 และ 1,295 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.314 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน และภูป่าเปาะ อยู่ที่ 0.266 และ 0.295 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีตัวเลขการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการกระจายรายได้ที่แย่ลง และสะท้อนว่ามีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนนาอ้อ และปลาบ่า อยู่ที่ 0.571 และ 0.629 ตามลำดับ

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว

รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ 422 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 9.0 และ 8.8 %yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนพฤศจิกายน 2560 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 5.1 %yoy โดยแบ่งเป็นการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 5.1 และ 4.6 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยว

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,505 บาท/ครัวเรือน หดตัวลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพ.ย. 59 อยู่ที่ 3,780 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวที่ร้อยละ -7.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการลดลงของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะและกกสะทอนเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลยที่หดตัวลง อาจเนื่องมาจากสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษขาดการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง และการเดินทางที่ไม่ค่อยสะดวก ส่งผลให้ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนักเมื่อเทียบกับภูกระดึง ภูเรือ และภูหลวง เป็นต้น

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.440 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.452 บ่งชี้การกระจายตัวที่ลดลงของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี บ่งชี้การมีความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ต่ำ ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน และภูป่าเปาะ อยู่ที่ 0.266 และ 0.295 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) บ่งชี้การมีความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้สูง ได้แก่ ชุมชนนาอ้อ และปลาบ่า อยู่ที่ 0.571 และ 0.629 ตามลำดับ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,295 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพ.ย. 2559 อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 35.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการจัดกิจกรรมเสริมต่าง ๆ เช่น การแห่กลองยาว เพื่อต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.571 ปรับตัวลดลงจากเดือนตุลาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.634 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ มีการปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงสูงกว่าค่ากลาง (0.5) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนการกระจายรายได้ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำสูง

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,302 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพ.ย. 59 อยู่ที่ 4,403 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 43.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ร้านค้าผลิตภัณฑ์ของชุมชน ที่มีการขยายกิจการ โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจหลักคือ แมคคาดิเมีย กาแฟ และผักปลอดสารพิษ ขณะเดียวกันรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนปลาบ่ากลับไม่ดีเท่าที่ควร โดยมีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนอยู่ที่ 4,245 บาท/ครัวเรือน (เมื่อคำนวณโดยตัดรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนที่ประกอบกิจการวิสาหกิจชุมชน และครัวเรือนที่ขายพืชผักปลอดสารพิษออกไป) และจากการที่รายได้เสริมฯเ ฉลี่ยของชุมชนปลาบ่ามีค่าสูงเกินจริงกว่ารายได้เสริมฯ ที่แท้จริงเฉลี่ยของครัวเรือนชุมชนปลาบ่า ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์จีนีชุมชนปลาบ่า มีค่าสูงเกินกว่าค่ากลาง (0.5) ซึ่งบ่งชี้การกระจายรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำสูงของชุมชนปลาบ่า อันเป็นที่มาของการนำผลที่วิเคราะห์ได้นั้นไปหาแนวทางแก้ไข เพื่อลดผลกระทบของปัญหาดังกล่าวต่อไป
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.629 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนตุลาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.635 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่ามีการปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงสูงกว่าค่ากลาง (0.5) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนการกระจายรายได้ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำสูง

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน อยู่ที่ 4,362 บาท/ครัวเรือน หดตัวลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพ.ย. 59 อยู่ที่ 6,320 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -31.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ด้วยสาเหตุอันกล่าวข้างต้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.295 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.254 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ มีการกระจายตัวแย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงมีค่าน้อยกว่าค่ากลาง (0.5) ที่สะท้อนการกระจายรายได้ที่ดีเป็นธรรม และมีความเหลื่อมล้ำน้อย

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,062 บาท/ครัวเรือน หดตัวลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพ.ย. 59 อยู่ที่ 3,438 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -40.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ด้วยสาเหตุอันกล่าวข้างต้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.266 ปรับตัวลดลงจากเดือนตุลาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.286 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าแต่ยังคงน้อยกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนการกระจายรายได้ที่ดี และมีความเหลื่อมล้ำน้อย

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• ควรสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวกกสะทอนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
• มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนในชุมชนกกสะทอนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่การเดินทางเพื่อเข้ามายังชุมชนฯ ยังมีความไม่สะดวก อาทิ การติดป้ายบอกสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ชัดเจน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกิดหลงทาง หรือเข้าใจว่าเป็นอุปสรรคในการเดินทางเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจไปเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นดังนั้น ชุมชนจึงควรมีแผนการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
• ควรส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในชุมชนกกสะทอน เพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลการท่องเที่ยว โดยการเพาะปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ ผักปลอดสารพิษ เพื่อเป็นรายได้เสริมแก่ชุมชน

ชุมชนภูป่าเปาะ
• มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนในชุมชนภูป่าเปาะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่การเดินทางเพื่อเข้ามายังแหล่งท่องเที่ยวชุมชนยังมีความไม่สะดวกและไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อาทิ การติดป้ายบอกสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ชัดเจน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกิดหลงทาง หรือเข้าใจว่าเป็นอุปสรรคในการเดินทางเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวภูป่าเปาะ ดังนั้น ชุมชนฯ จึงควรมีแผนการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวฯ และมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเกิดปัญหาหมอกควันที่บดบังทัศนียภาพที่สวยงามของชุมชนภูป่าเปาะ หรือสมญานาม "ฟูจิเมืองเลย" ที่เกิดจากการที่ชุมชนรวมถึงชุมชนอื่นในระแวกใกล้เคียงเผาไร่อ้อย โดยเป็นช่วงกลางเดือนมี.ค ถึงกลางเดือนเม.ย ที่ผ่านมา
• อบรมให้ความรู้ในการเพาะปลูกพืชเมืองหนาวแก่ชุมชนในท้องที่ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ชุมชนทดแทนการปลูกอ้อย ที่สร้างปัญหาหมอกควันดังกล่าว

ชุมชนปลาบ่า
• ควรส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในชุมชนปลาบ่าเพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลการท่องเที่ยว ด้วยการเพาะปลูกพืชเมืองหนาวแก่ชุมชนในท้องที่เพื่อสร้างแหล่งรายได้อีกทาง เพื่อทดแทนรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ลดลง อันเนื่องมาจากไม่ใช่ช่วงฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยว
• ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรที่ปลูกมากในท้องถิ่น เช่น แมคคาดิเมีย และผักปลอดสารพิษ รวมถึงแนะนำชุมชนทดลองทำเชิงพาณิชย์ อาทิเช่น ด้านการผลิต การตลาด ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มมากกว่าการขายผลิตผลทางเกษตรเพียงอย่างเดียว

ชุมชนนาอ้อ
• ควรเร่งประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชนนาอ้อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เนื่องจากเป็นสถานท่องเที่ยวที่เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมภายในจังหวัดที่สามารถท่องเที่ยวต่อเนื่องเชื่อมโยงไปยังอำเภอเชียงคาน
• การอบรมให้ความรู้แก่ชุมชนนาอ้อให้มีความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อเกิดการร่วมมือกันของชุมชนนาอ้อซึ่งจะสามารถนำมาต่อยอดในการสร้างรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวให้แก่ชุมชนนาอ้อได้อีกทางหนึ่ง
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน ธันวาคม 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนธันวาคม 2560 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 5,916 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนภูป่าเปาะ ปลาบ่า กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 9,470 8,750 3,921 และ 1,524 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.429 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี บ่งชี้ว่ามีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมและมีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน และภูป่าเปาะ อยู่ที่ 0.291 และ 0.328 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีตัวเลขการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการกระจายรายได้ที่แย่ลงและมีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า และนาอ้อ อยู่ที่ 0.542 และ 0.554 ตามลำดับ

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ 540 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 9.3 และ 13.8 %yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนธันวาคม 2560 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 5.4 %yoy โดยแบ่งเป็นการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 5.3 และ 9.4 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลยที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมักนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวและชื่นชมกับทัศนียภาพที่งดงามของเทือกเขาจังหวัดเลย

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,916 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนธ.ค. 59 อยู่ที่ 4,915 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 20.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่ปลาบ่าและพื้นที่กกสะทอนเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.429 ปรับตัวลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.440 บ่งชี้การกระจายตัวที่ดีขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน และภูป่าเปาะ อยู่ที่ 0.291 และ 0.328 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) มีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า และนาอ้อ อยู่ที่ 0.542 และ 0.554 ตามลำดับ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
ชุมชนบ้านนาอ้อ
วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,524 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนธ.ค. 59 อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 58.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการมีการส่งเสริมการจัดงานรื่นเริงเนื่องในเทศกาลต่างๆ อาทิ การจัดการละเล่น การแห่กลองยาว ประกอบกับมีการจัดกิจกรรม "บ้านเก่าเล่าเรื่องคนนาอ้อ" ที่สะท้อนวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนนาอ้อ
วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.554 ปรับตัวลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.571 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้น แต่ยังคงสูงกว่าค่ากลาง (0.5) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนการกระจายรายได้ที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำสูง

ชุมชนปลาบ่า
วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 8,750 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนธ.ค. 59 อยู่ที่ 5,151 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 69.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่าที่ได้รับการส่งเสริมการอบรมให้แก่ชุมชนปลาบ่าให้เป็นชุมชนต้นแบบ
วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.542 ปรับตัวลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.629 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้น แต่ยังคงสูงกว่าค่ากลาง (0.5) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนการกระจายรายได้ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำสูง

ชุมชนภูป่าเปาะ
วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 9,470 บาท/ครัวเรือน หดตัวลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนธ.ค. 59 อยู่ที่ 11,176 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -15.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลต่อเนื่องมายังรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนภูป่าเปาะที่ลดลงตามมาด้วย
วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.328 ปรับตัวลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.363 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ มีการกระจายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังคงน้อยกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนการกระจายรายได้ที่ดีเป็นธรรม และมีความเหลื่อมล้ำน้อย

ชุมชนกกสะทอน
วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,921 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนธ.ค. 59 อยู่ที่ 2,373 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 65.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ประกอบกับยังเป็นช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมักนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวและชื่นชมกับทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขาที่สวยงาม
วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.291 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.266 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวแย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงน้อยกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนการกระจายรายได้ที่ดี และมีความเหลื่อมล้ำน้อย

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• ภาครัฐได้ส่งเสริมเพิ่มศักยภาพกรรมการของชุมชนกกสะทอน อันจะส่งผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน
สนับสนุนสื่อการประชาสัมพันธ์ การอบรมสื่อออนไลน์ ทั้งนี้ควรทำอย่างต่อเนื่องซึ่งจะส่งผลดีต่อชุมชน
ควรพัฒนาศักยภาพ ชุมชนต้นแบบของชุมชนกกสะทอนโมเดลอย่างต่อเนื่อง
ควรส่งเสริมการมีกิจกรรมการท่องเที่ยว และได้มีการจัดกิจกรรมทั้งปี เพื่อเสริมรายได้จากการท่องเที่ยวให้แก่ชุมชนกกสะทอนตลอดทั้งปี

ชุมชนภูป่าเปาะ
ยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 กระทบมายังรายได้เสริมชุมชน ที่ลดลงตามมา ซึ่งชุมชนจำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้น
ควรปรับปรุงส
บทวิเคราะห์รายเดือน ม.ค. - มี.ค. 2561
มกราคม 2561
กุมภาพันธ์ 2561
มีนาคม 2561
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน มกราคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนมกราคม 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 6,130 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนภูป่าเปาะ ปลาบ่า กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 8,213 7,850 7,321 และ 1,135 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.400 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี และมีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ นาอ้อ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.310 0.353 และ 0.417 ตามลำดับ ขณะที่ชุมชนที่มีตัวเลขการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการกระจายรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.521

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 435 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 10.4 และ 10.5 %yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนมกราคม 2561 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 6.0 %yoy โดยแบ่งเป็นการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 6.0 และ 6.6 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลยที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,130 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนม.ค. 60 อยู่ที่ 5,776 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 6.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า กกสะทอน และนาอ้อเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ประกอบการได้รับการสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวของ อพท. ที่เป็นแรงเสริมสำคัญให้แก่ชุมชนต่าง ๆ ในเขตพื้นที่พิเศษเลย

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.400 ปรับตัวลดลงจากเดือนธันวาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.429 บ่งชี้การกระจายตัวที่ดีขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่ยังคงมีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ นาอ้อ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.310 0.353 และ 0.417 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่ที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ไม่ดี มีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.521

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,135 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนม.ค. 60 อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 18.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.353 ปรับตัวลดลงจากเดือนธันวาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.554 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 7,850 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนม.ค. 60 อยู่ที่ 4,463 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 75.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน และรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.521 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนธันวาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.542 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการกระจายตัวของรายได้แย่ลง และยังคงสูงกว่าค่ากลาง (0.5) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 8,213 บาท/ครัวเรือน หดตัวลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนม.ค. 60 อยู่ที่ 12,385 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -33.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อันเนื่องมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเป็นสำคัญ สาเหตุหลักมาจากภูป่าเปาะยังเป็นที่รู้จักน้อยมากในหมู่นักท่องเที่ยว ประกอบกับการไม่รู้จักเส้นทางและกลัวหลงทางเป็นหลัก
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.310 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.328 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการกระจายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 7,321 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนม.ค. 60 อยู่ที่ 5,298 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 38.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.417 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2560 ที่อยู่ที่ระดับ 0.291 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวแย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• เพิ่มสื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมทั้งบอกรายละเอียดเส้นทางการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ต้องประชาสัมพันธ์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง
• การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สะอาดและสวยงามอยู่เสมอ โดยการจ้างแรงงานในพื้นที่เป็นสำคัญ

ชุมชนภูป่าเปาะ
• มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง และส่งผลให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวลดลง สาเหตุจากนักท่องเที่ยวไม่รู้จักเส้นทาง ดังนั้น ควรเพิ่มรายละเอียดการเดินทางในสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น อีกทั้งเพิ่มป้ายบอกเส้นทางให้ชัดเจน และเพิ่มจำนวนป้ายที่มากขึ้น
• เพิ่มสื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมทั้งบอกรายละเอียดเส้นทางการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ต้องประชาสัมพันธ์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง
• จัดกิจกรรมเสริมต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมและสามารถอยู่ร่วมทำกิจกรรมได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อ เช่น การเยี่ยมชมไร่สตอเบอรี่ การปิดตาเก็บสตอเบอรี่ การทำแยมจากผลสตอเบอรี่ เป็นต้น

ชุมชนปลาบ่า
• ควรส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในชุมชนปลาบ่า เพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูการท่องเที่ยว ด้วยการเพาะปลูกพืชเมืองหนาวแก่ชุมชนในท้องที่เพื่อสร้างแหล่งรายได้อีกทาง ทดแทนรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวที่ลดลง เนื่องจากไม่ใช่ช่วงฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยว
• การปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวให้สะอาดและสวยงามอยู่เสมอ โดยการจ้างแรงงานในพื้นที่เป็นสำคัญ

ชุมชนนาอ้อ
• ควรส่งเสริมและให้ความรู้กับชุมชนเพื่อสร้างความร่วมมือร่วมใจภายในชุมชนนาอ้อ และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว
• การอบรมให้ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการจัดงานเทศกาลต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมเสริมในงาน
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน กุมภาพันธ์ 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 3,542 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนภูป่าเปาะ ปลาบ่า กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 6,481 5,012 1,873 และ 800 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.402 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี และมีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ นาอ้อ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.300 0.350 และ 0.376 ตามลำดับ ขณะที่ชุมชนที่มีตัวเลขการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการกระจายรายได้ที่แย่ลง และมีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.584

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ 372 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 10.4 และ 6.6 %yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 9.2 %yoy โดยแบ่งเป็นการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 9.3 และ 3.6 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลยที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,542 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.พ. 60 อยู่ที่ 3,300 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 7.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะและปลาบ่าเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การเติบโตของการท่องเที่ยวชุมชนปลาบ่าเติบโตต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 จากการขยายตัวของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของวิสาหกิจชุมชน และรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่าเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.402 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนมกราคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.400 บ่งชี้การกระจายตัวที่แย่ลงของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่ยังคงมีการกระจายรายได้แย่ลง สะท้อนความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ นาอ้อ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.300 0.350 และ 0.376 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.584

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 800 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.พ. 60 อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -16.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในการจัดการท่องเที่ยว หรือการมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อยและยังขาดแรงสนับสนุนอย่างเพียงพอของประชาชนในพื้นที่
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.350 ปรับตัวลดลงจากเดือนมกราคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.365 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้น และต่ำกว่าค่ากลาง (0.5) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำลดลง

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,012 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.พ. 60 อยู่ที่ 3,158 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 58.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ร้านค้าวิสาหกิจชุมชน และรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.584 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.521 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการกระจายตัวของรายได้แย่ลง และสูงกว่าค่ากลาง (0.5) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,481 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.พ. 60 อยู่ที่ 4,800 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 35.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแหล่งท่องเที่ยวภูป่าเปาะมีการขยายตัวของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเป็นเดือนแรก จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.300 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.273 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการปรับตัวแย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,873 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.พ. 60 อยู่ที่ 4,283 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -56.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากหมดหน้าฤดูกาลการท่องเที่ยวเป็นเดือนแรก ทั้งนี้ ทางชุมชนกกสะทอนจำเป็นต้องมีกิจกรรมเสริมเพิ่มเติมในช่วงต่อไป
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.376 ปรับตัวลดลงจากเดือนมกราคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.417 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำลดลง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• เพิ่มสื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมทั้งบอกรายละเอียดเส้นทางการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ต้องประชาสัมพันธ์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง
• ควรออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อให้มีมาตรฐานสากล และชุมชนกกสะทอนนั้นนับว่ามีศักยภาพที่จะทำเช่นนั้นได้
การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว

ชุมชนภูป่าเปาะ
• เพิ่มสื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมทั้งบอกรายละเอียดเส้นทางการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ต้องประชาสัมพันธ์ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง
• จัดกิจกรรมเสริมต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมและสามารถอยู่ร่วมทำกิจกรรมได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อ

ชุมชนปลาบ่า
• ควรพัฒนาส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์มากขึ้น
• สนับสนุนให้มีการจัดงานเทศกาล และกิจกรรมเสริมต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยวปลาบ่า อาทิ เทศกาลกินปลากับปู

ชุมชนนาอ้อ
• การเพิ่มความเข้มข้นในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการจัดงานเทศกาลต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมเสริมในงานที่หลากหลายและน่าสนใจ
• สร้างโครงข่ายการท่องเที่ยวโดยมีการเชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในเมืองและนอกเมือง เพื่อเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้แก่นักท่องเที่ยวและนักทัศนาจร และชุมชนนาอ้อคือหนึ่งในคำตอบของตัวเลือกนั้น
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน มีนาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนมีนาคม 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 2,583 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนนาอ้อ กกสะทอน ภูป่าเปาะ และปลาบ่า อยู่ที่ 1,000 2,038 2,728 และ 4,566 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.411 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ นาอ้อ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.245 0.398 และ 0.420 ตามลำดับ ขณะที่ชุมชนที่มีตัวเลขการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการกระจายรายได้ที่แย่ลง และมีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.579

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 338 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงร้อยละ 8.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 8.5 และ 7.0 %yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนมีนาคม 2561 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.0 %yoy โดยแบ่งเป็นการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 4.0 และ 3.3 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลย ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 แม้ว่าจะเป็นการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,583 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมี.ค. 60 อยู่ที่ 1,240 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 108.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะและนาอ้อเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.411 ปรับตัวลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.402 บ่งชี้การกระจายตัวที่ดีขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ นาอ้อ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.245 0.398 และ 0.420 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.579

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,000 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมี.ค. 60 อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการที่แหล่งท่องเที่ยวนาอ้อได้มีการจัดเทศกาลหุ่นฟางเป็นรูปสัตว์ต่าง เช่น พญานาค ค่างแว่น ช้าง เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว พร้อมกิจกรรมเสริมต่าง ๆ ซึ่งได้ส่งผลดีต่อรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อในเดือนมีนาคม 2560 ที่เพิ่มมากขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.398 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.350 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้แย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,566 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนปลาบ่าเปรียบเทียบ โดยรายได้เสริมส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากการขายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน ผักปลอดสารพิษ และรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั้งนี้ รายได้เสริมดังกล่าวขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันโดยตลอด
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.579 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.584 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงสูงกว่าค่ากลาง (0.5)

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,728 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมี.ค. 60 อยู่ที่ 1,520 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 79.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 จากนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะที่มาศึกษาดูงาน และได้รับคำแนะนำแหล่งท่องเที่ยวภูป่าเปาะจากการติดต่อและประสานงานโดย อพท. ในพื้นที่ของจังหวัดเลย
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.245 ปรับตัวลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.382 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการกระจายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,038 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นในที่ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.420 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.376 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวแย่ลงของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• ควรมีศูนย์กลางการบริการนักท่องเที่ยวกระจายหลาย ๆ จุด ให้ทั่วถึงเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของจังหวัดเลย เนื่องจากนักท่องเที่ยวมักไม่ทราบแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัดเลย โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมุ่งตรงไปที่แหล่งท่องเที่ยวหลัก อาทิเช่น ภูกระดึง ภูเรือ และภูหลวง ขณะที่แหล่งท่องเที่ยว เช่น กกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก
• ควรพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านให้เกิดมูลค่าเพิ่มมากขึ้น อาทิ น้ำผักสะทอน ขิงผงสำเร็จรูป ในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยสวยงาม และเพิ่มตลาดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้เสริมที่เพิ่มขึ้นของชุมชน

ชุมชนภูป่าเปาะ
• การดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว จำเป็นต้องอาศัยความโดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลต่าง ๆ
• การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว

ชุมชนปลาบ่า
• สนับสนุนและส่งเสริมการอบรม "นักสื่อความหมาย" ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็กๆ ให้เป็นนักเล่าเรื่องความเป็นมาและความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยว โดยก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในถิ่นเกิดแล้ว ยังนำมาซึ่งรายได้เสริมมาให้ครอบครัวของชุมชนปลาบ่าอีกด้วย

ชุมชนนาอ้อ
• ส่งเสริมและสนับสนุนให้แหล่งท่องเที่ยวนาอ้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชนที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาแต่อดีต
บทวิเคราะห์รายเดือน เม.ย. - มิ.ย. 2561
เมษายน 2561
พฤษภาคม 2561
มิถุนายน 2561
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน เมษายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนเมษายน 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 1,743 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนปลาบ่า ภูป่าเปาะ กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 3,162 2,037 1,176 และ 594 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.457 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน และภูป่าเปาะ อยู่ที่ 0.265 และ 0.349 ตามลำดับ ขณะที่ชุมชนที่มีตัวเลขการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการกระจายรายได้ที่แย่ลง และมีความเหลื่อมล้ำสูง ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า และนาอ้อ อยู่ที่ 0.650 และ 0.564

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ 334 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่อัตราร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 9.7 และ 9.4 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลย ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 แม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูร้อนซึ่งอากาศจะร้อนมากกว่าปกติก็ตาม

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,743 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนเม.ย. 60 อยู่ที่ 1,117 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 56.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.457 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.411 บ่งชี้การกระจายตัวที่แย่ลงของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน และภูป่าเปาะ อยู่ที่ 0.265 และ 0.349 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ชุมชนนาอ้อ และปลาบ่า อยู่ที่ 0.564 และ 0.650

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 594 บาท/ครัวเรือน ลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนเม.ย. 60 ที่อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือหดตัวลงร้อยละ -38.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อนและภูมิอากาศของจังหวัดเลยที่มีอากาศร้อนมากกว่าปกติส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ประกอบกับกิจกรรมส่งเสริมรายได้จากการท่องเที่ยวที่อาจประชาสัมพันธ์น้อยเกินไป และไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ภายในจังหวัดเลย
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.398 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้แย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,162 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนปลาบ่าเปรียบเทียบ โดยรายได้เสริมส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากการขายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน ผักปลอดสารพิษ และรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวอื่น ๆ
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.650 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.579 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการกระจายตัวของรายได้แย่ลง เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นและสูงกว่าค่ากลาง (0.5)

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,037 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนเม.ย. 60 อยู่ที่ 1,275 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 59.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.349 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.225 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการกระจายตัว แย่ลงเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,176 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นในที่ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.265 ปรับตัวลดลงจากเดือนมีนาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.420 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวดีขึ้นของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• ควรหมั่นดูแลปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม การตกแต่งบำรุงต้นไม้ อาทิเช่น ต้นพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ให้สวยงามเพื่อให้ทันต่อฤดูหนาวเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือน
• ส่งเสริมทักษะการต้อนรับนักท่องเที่ยว อาทิเช่น การอบรมทักษะการฟัง อ่าน เขียน และพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้นแก่ผู้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว

ชุมชนภูป่าเปาะ
• ควรหมั่นดูแลปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม การตกแต่งบำรุงต้นไม้ให้สวยงามเพื่อให้ทันต่อฤดูหนาวเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือน
• การปรับปรุงป้ายบอกทางไปพื้นที่ท่องเที่ยวให้ชัดเจน สังเกตเห็นได้ง่าย

ชุมชนปลาบ่า
• ให้การสนับสนุน จัดเตรียมกิจกรรมให้แก่นักท่องเที่ยว
• ปรับปรุงดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว ให้มีความสะอาด สวยงามอยู่เสมอ

ชุมชนนาอ้อ
• ส่งเสริมและสนับสนุนให้แหล่งท่องเที่ยวนาอ้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชนที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาแต่อดีต
• ควรจัดอบรมสร้างความเข้าใจแก่คนในพื้นที่ เพื่อเกิดการร่วมมือร่วมใจแก่คนในชุมชนนาอ้อ
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน พฤษภาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนพฤษภาคม 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 2,910 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนปลาบ่า ภูป่าเปาะ กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 7,760 2,381 889 และ 610 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.375 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ อยู่ที่ 0.257 0.334 0.445 และ 0.466 ตามลำดับ

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 316 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่อัตราร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 8.9 และ 7.7 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลย ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 แม้ว่าจะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,910 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพ.ค. 60 อยู่ที่ 1,648 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 84.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ และปลาบ่าเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นที่กกสะทอน และนาอ้อ มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวลดลงตามลำดับจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.375 ปรับตัวลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.457 บ่งชี้การกระจายตัวที่ดีขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ อยู่ที่ 0.257 0.334 0.445 และ 0.466 ตามลำดับ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 610 บาท/ครัวเรือน ลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพ.ค. 60 ที่อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือหดตัวลงร้อยละ -36.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.466 ปรับตัวลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.564 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 7,760 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนปลาบ่าเปรียบเทียบ โดยรายได้เสริมส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากการขายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน ผักปลอดสารพิษ และรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวอื่น ๆ
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.445 ปรับตัวลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.650 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการปรับตัวดีขึ้นของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,381 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนพ.ค. 60 อยู่ที่ 2,338 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.334 ปรับตัวลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.349 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการปรับตัวดีขึ้นของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 889 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนกกสะทอน และชุมชนกกสะทอนมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวลดลงตามลำดับจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ดังนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่จึงกลับสู่ภาคเกษตรด้วยการทำการเกษตรเป็นหลัก โดยในพื้นที่ชุมชนกกสะทอนมีการปลูกขิง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้หลักแก่ชุมชน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการปรับสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างมีบรูณาการ
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.257 ปรับตัวลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.265 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวดีขึ้นของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• ควรหมั่นดูแลปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม การตกแต่งบำรุงต้นไม้ อาทิเช่น ต้นพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ให้สวยงามเพื่อให้ทันต่อฤดูหนาวเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือน
• อบรมทักษะพื้นฐานการรักการให้บริการ (Service Mind) ให้แก่ชุมชน
• ส่งเสริมทักษะการต้อนรับนักท่องเที่ยว อาทิเช่น การอบรมทักษะการฟัง อ่าน เขียน และพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้นแก่ผู้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว

ชุมชนภูป่าเปาะ
• ควรหมั่นดูแลปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม การตกแต่งบำรุงต้นไม้ให้สวยงามเพื่อให้ทันต่อฤดูหนาวเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือน
• อบรมทักษะพื้นฐานการรักการให้บริการ (Service Mind) ให้แก่ชุมชน
• การปรับปรุงป้ายบอกทางไปพื้นที่ท่องเที่ยวให้ชัดเจน สังเกตเห็นได้ง่าย

ชุมชนปลาบ่า
• ให้การสนับสนุน จัดเตรียมกิจกรรมให้แก่นักท่องเที่ยว
• อบรมทักษะพื้นฐานการรักการให้บริการ (Service Mind) ให้แก่ชุมชน
• ปรับปรุงดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว ให้มีความสะอาด สวยงามอยู่เสมอ

ชุมชนนาอ้อ
• ส่งเสริมและสนับสนุนให้แหล่งท่องเที่ยวนาอ้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชนที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาแต่อดีต
• ควรจัดอบรมสร้างความเข้าใจแก่คนในพื้นที่ เพื่อเกิดการร่วมมือร่วมใจแก่คนในชุมชนนาอ้อ
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน มิถุนายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนมิถุนายน 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 2,250 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนปลาบ่า ภูป่าเปาะ กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 5,058 2,770 733 และ 441 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.386 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ และนาอ้อ อยู่ที่ 0.259 0.325 และ 0.356 ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ไม่ดี มีความเหลื่อมล้ำสูง (มีค่าสูงกว่า 0.5) คือ ชุมชนปลาบ่า ที่ระดับ 0.604

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ 343 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่อัตราร้อยละ 13.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 13.3 และ 14.6 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลยที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 แม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูฝนที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางท่องเที่ยว

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,250 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมิ.ย. 60 อยู่ที่ 2,011 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 11.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า และกกสะทอนเป็นสำคัญ ขณะที่พื้นที่ภูป่าเปาะ และนาอ้อ มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวลดลง ตามลำดับ เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนและกลับเข้าสู่ภาคเกษตรซึ่งเป็นรายได้หลัก

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.386 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.375 บ่งชี้การกระจายตัวที่แย่ลงของรายได้เสริม จากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง ได้แก่ ชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ และนาอ้อ อยู่ที่ 0.259 0.325 และ 0.356ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น คือ ชุมชนปลาบ่า ที่อยู่ที่ระดับ 0.604 อันเนื่องมาจากในพื้นที่ปลาบ่ามีร้านค้าวิสาหกิจชุมชนรายหนึ่งที่มีรายได้สูงมากจากการขายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิเช่น แมคคาดิเมีย ขณะที่ชาวบ้านในท้องที่ส่วนใหญ่มีรายได้ที่ไม่สูงมากนักและใกล้เคียงกัน ส่งผลต่อค่าสัมประสิทธิ์จีนีที่สูงขึ้น ทั้งนี้หากไม่นำรายได้จากร้านค้าดังกล่าวมาคำนวณจะพบว่า ค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนปลาบ่านั้นปกติ โดยยังมีความเหลื่อมล้ำน้อย และมีค่าไม่เกิน 0.5

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 441 บาท/ครัวเรือน ลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมิ.ย. 60 ที่อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือหดตัวลงร้อยละ -54.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.356 ปรับตัวลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.466 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,058 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนปลาบ่าเปรียบเทียบ โดยรายได้เสริมส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากการขายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน อาทิ แมคคาดิเมีย กาแฟ ผักปลอดสารพิษ และรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวอื่น ๆ
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.604 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.445 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการปรับตัวแย่ลงของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากในพื้นที่ปลาบ่ามีร้านค้าวิสาหกิจชุมชนรายหนึ่งที่มีรายได้สูงมากจากการขายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิเช่น แมคคาดิเมีย ขณะที่ชาวบ้านในท้องที่ส่วนใหญ่มีรายได้ที่ไม่สูงมากนักและใกล้เคียงกัน ส่งผลต่อค่าสัมประสิทธิ์จีนีที่สูงขึ้น ทั้งนี้หากไม่นำรายได้จากร้านค้าดังกล่าวมาคำนวณจะพบว่า ค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนปลาบ่านั้นปกติ โดยยังมีความเหลื่อมล้ำน้อย และมีค่าไม่เกิน 0.5

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,770 บาท/ครัวเรือน หดตัวลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมิ.ย. 60 อยู่ที่ 3,063 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -9.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.325 ปรับตัวลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.334 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการปรับตัวแย่ลงของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 889 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนกกสะทอน และชุมชนกกสะทอนมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวลดลงตามลำดับจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน ดังนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่จึงกลับสู่ภาคเกษตรด้วยการทำการเกษตรเป็นหลัก โดยในพื้นที่ชุมชนกกสะทอนมีการปลูกขิง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้หลักแก่ชุมชน ตลอดจนการปลูกข้าวไร่ แก้วมังกร เพื่อสร้างรายได้เสริม
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.259 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนพฤษภาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.257 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวแย่ลงเล็กน้อยของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• ควรหมั่นดูแลปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม เพื่อให้ทันต่อฤดูหนาวเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือน
• อบรมทักษะพื้นฐานการทำวิสาหกิจชุมชนให้แก่ชาวบ้านที่สนใจ
• ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน เพื่อความยั่งยืนของรายได้

ชุมชนภูป่าเปาะ
• ควรหมั่นดูแลปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม การตกแต่งบำรุงต้นไม้ให้สวยงามเพื่อให้ทันต่อฤดูหนาวเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือน
• ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน เพื่อความยั่งยืนของรายได้
• การปรับปรุงป้ายบอกทางไปพื้นที่ท่องเที่ยวให้ชัดเจน สังเกตเห็นได้ง่าย

ชุมชนปลาบ่า
• จัดหาวิทยากรด้านการจัดการด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การผลิต และการตลาด ให้แก่ชาวบ้านที่สนใจ
• อบรมทักษะพื้นฐานการรักการให้บริการ (Service Mind) ให้แก่ชุมชน
• ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน เพื่อความยั่งยืนของรายได้

ชุมชนนาอ้อ
• ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรอื่นๆ เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาพื้นที่นาอ้อ เช่น เทศบาล ซึ่งจะได้มีการร่วมมือร่วมกันเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
• ควรจัดอบรมสร้างความเข้าใจแก่คนในพื้นที่ เพื่อเกิดการร่วมมือร่วมใจรักสามัคคีแก่คนในชุมชนนาอ้อและพื้นที่ใกล้เคียง
บทวิเคราะห์รายเดือน ก.ค. - ส.ค. 2561
กรกฎาคม 2561
สิงหาคม 2561
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน กรกฎาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนกรกฎาคม 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 2,889 บาทต่อครัวเรือน แบ่งเป็นชุมชนปลาบ่า กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 5,700 3,696 1,658 และ 500 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.278 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนนาอ้อ ภูป่าเปาะ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.000 0.283 และ 0.320 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์แย่ลง และมีค่าสูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.508

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 296 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่อัตราร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 8.2 และ 7.1 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลย ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,889 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.ค. 60 อยู่ที่ 2,724 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 6.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ภูป่าเปาะ กกสะทอน และนาอ้อ โดยมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามลำดับ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.278 ปรับตัวลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.386 บ่งชี้การกระจายตัวที่ดีขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง ได้แก่ ชุมชนนาอ้อ ภูป่าเปาะ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.000 0.283 และ 0.320 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.508

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 500 บาท /ครัวเรือน ลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.ค. 60 ที่อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือหดตัวลงร้อยละ -47.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง ขณะเดียวกันหากคิดเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าปีเดียวกันแล้ว พบว่ารายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนมิถุนายน 2561 จาก 441 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น 500 บาท/ครัวเรือน ในเดือนกรกฎาคม 2561 จากการมีรายได้เสริมเข้ามาจากกลุ่มทอผ้าของบ้านนาอ้อที่มีลวดลายสวยงาม
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 ปรับตัวลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.356 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลงและไม่มีความเหลื่อมล้ำของชุมชนนาอ้อ

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,700 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนปลาบ่าเปรียบเทียบ ขณะเดียวกันหากคิดเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าปีเดียวกันแล้ว พบว่า รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่ามีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนมิถุนายน 2561 จาก 5,058 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น 5,700 บาท/ครัวเรือน ในเดือนกรกฎาคม 2561 การเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมที่ได้รับมาจากการขายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน และผักปลอดสารพิษ ประกอบกับการมีพิธีบุญในวันพระใหญ่ช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา โดยชาวบ้านมีการรวมตัวเข้าวัดทำบุญร่วมกันมากขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.508 ปรับตัวลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.604 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการปรับตัวดีขึ้นของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,696 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.ค. 60 อยู่ที่ 4,489 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -17.70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูกาลเกษตร ดังนั้น ชาวบ้านจึงมุ่งสู่การทำการเกษตรเป็นหลัก ขณะเดียวกันหากคิดเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าปีเดียวกันแล้ว พบว่า รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนมิถุนายน 2561 จาก 2,770 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น 4,489 บาท/ครัวเรือน ในเดือนกรกฎาคม 2561 จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวศึกษาดูงานโดยความร่วมมือส่งเสริมและสนับสนุนจาก อพท.พื้นที่จังหวัดเลย
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.283 ปรับตัวลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.325 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการปรับตัวดีขึ้นของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,658 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนกกสะทอน และชุมชนกกสะทอนมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า จากการขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเป็นรายได้เสริม อาทิเช่น ขิง แก้วมังกร และข้าวไร่ ประกอบกับเป็นช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา ช่วงวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2561 ชาวบ้านได้ร่วมมือร่วมใจกันมาทำบุญในวันพระใหญ่ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มีบรรยากาศโดยรวมที่มีความอิ่มใจและคึกคักมากขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.320 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.259 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวแย่ลงของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน
• ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน เพื่อความยั่งยืนของรายได้ รวมถึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
• อบรมทักษะพื้นฐานการทำวิสาหกิจชุมชนให้แก่ชาวบ้าน

ชุมชนภูป่าเปาะ
• ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน เพื่อความยั่งยืนของรายได้
• สนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเพิ่มกิจกรรมที่หลากหลายแก่นักท่องเที่ยว
• การปรับปรุงป้ายบอกทางไปพื้นที่ท่องเที่ยวให้ชัดเจน สังเกตเห็นได้ง่าย

ชุมชนปลาบ่า
• จัดหาวิทยากรด้านการจัดการด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การผลิต และการตลาด ให้แก่ชาวบ้านที่สนใจ
• อบรมทักษะพื้นฐานการรักการให้บริการ (Service Mind) ให้แก่ชุมชน
• ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน เพื่อความยั่งยืนของรายได้

ชุมชนนาอ้อ
• ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรอื่นๆ ตลอดจนภาคเอกชนให้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาพื้นที่นาอ้อ เช่น เทศบาล ซึ่งจะได้มีการร่วมมือร่วมกันเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
• ควรจัดอบรมสร้างความเข้าใจแก่คนในพื้นที่ เพื่อเกิดการร่วมมือร่วมใจรักสามัคคีแก่คนในชุมชนนาอ้อและพื้นที่ใกล้เคียง
• การสนับสนุนการเพิ่มกิจกรรมเพื่อดึงดูดความน่าสนใจของพื้นที่จากนักท่องเที่ยว เช่น เทศกาลหุ่นฟาง ที่ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน สิงหาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนสิงหาคม 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลย ในเดือนสิงหาคม 2561 หดตัวลงโดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 2,519 บาทต่อครัวเรือน หรือหดตัวที่ร้อยละ -14.6 แบ่งเป็นชุมชนปลาบ่า ภูป่าเปาะ กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 5,137 2,641 1,764 และ 533 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.413 โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 0.308 0.326 และ 0.450 ตามลำดับ ส่วนชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.568 สะท้อนการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์แย่ลง มีความเหลื่อมล้ำสูง (เกิน 0.5)

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า ตัวเลขเบื้องต้นอยู่ที่ 318 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่อัตราร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 8.5 และ 3.9 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลยที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 จากที่พื้นที่ท่องเที่ยวหลักในจังหวัดเลย ได้แก่ ภูกระดึง ภูเรือ และเชียงคาน ยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของนักท่องเที่ยว ขณะที่พื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และการเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ดังกล่าวยังมีความไม่สะดวกอยู่มาก ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน โดยฝนที่ตกอยู่ในปีนี้นั้นได้ตกต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน สะท้อนได้จากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ที่หดตัวลง เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยว ดังนั้น จึงเห็นควรอย่างยิ่งในการประชาสัมพันธ์พื้นที่พิเศษดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นและทำต่อเนื่องติดต่อกัน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,519 บาท/ครัวเรือน หดตัวลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนส.ค. 60 อยู่ที่ 2,949 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวที่ร้อยละ -14.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการลดลงของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ และนาอ้อเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.413 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.278 บ่งชี้การกระจายตัวที่แย่ลงและมีความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ กกสะทอน และนาอ้อ อยู่ที่ 0.308 0.326 0.450 ตามลำดับ ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.568

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 533 บาท /ครัวเรือน ลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนส.ค. 60 ที่อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือหดตัวลงร้อยละ -44.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง ขณะเดียวกันหากคิดเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าปีเดียวกันแล้ว พบว่ารายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนกรกฎาคม 2561 จาก 500 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น 533 บาท/ครัวเรือน ในเดือนสิงหาคม 2561 จากการมีรายได้เสริมเข้ามาจากกลุ่มกลองยาวของบ้านนาอ้อที่มีงานจากการต้อนรับนักท่องเที่ยว
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.450 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.000 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้แย่ลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,137 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนปลาบ่าเปรียบเทียบ ขณะเดียวกันหากคิดเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าปีเดียวกันแล้ว พบว่า รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่ามีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนกรกฎาคม 2561 จาก 5,700 บาท/ครัวเรือน ลดลงเป็น 5,137 บาท/ครัวเรือน ในเดือนสิงหาคม 2561 ลดลงเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.508 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการปรับตัวแย่ลงของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,641 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนส.ค. 60 อยู่ที่ 4,938 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -46.50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูกาลเกษตรประกอบกับฤดูฝนปีนี้ มีฝนที่ตกมากและตกต่อเนื่องติดต่อกัน ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว ดังนั้น ชาวบ้านจึงมุ่งสู่การทำการเกษตรเป็นสำคัญ เพื่อเป็นรายหลักของครอบครัว
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.308 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.283 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการกระจายรายได้แย่ลงเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,764 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนกกสะทอน และชุมชนกกสะทอนมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า จากการขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเป็นรายได้เสริมเป็นสำคัญ
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.326 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนกรกฎาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.320 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวแย่ลงของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ และปลาบ่า
• ควรหมั่นดูแลปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม การตกแต่งบำรุงต้นไม้ให้สวยงามเพื่อให้ทันต่อฤดูหนาวเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือน
• อบรมทักษะพื้นฐานการทำวิสาหกิจชุมชนให้แก่ชาวบ้านที่สนใจ
• ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน เพื่อความยั่งยืนของรายได้
• การปรับปรุงป้ายบอกทางไปพื้นที่ท่องเที่ยวให้ชัดเจน สังเกตเห็นได้ง่าย
• จัดหาวิทยากรด้านการจัดการด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การผลิต และการตลาด ให้แก่ชาวบ้านที่สนใจ
• อบรมทักษะพื้นฐานการรักการให้บริการ (Service Mind) ให้แก่ชุมชน

ชุมชนนาอ้อ
• ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรอื่นๆ เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาพื้นที่นาอ้อ เช่น เทศบาล ซึ่งจะได้มีการร่วมมือร่วมกันเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
• ควรจัดอบรมสร้างความเข้าใจแก่คนในพื้นที่ เพื่อเกิดการร่วมมือร่วมใจรักสามัคคีแก่คนในชุมชนนาอ้อและพื้นที่ใกล้เคียง
บทวิเคราะห์รายเดือน ก.ย. 2561
กันยายน 2561
พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน กันยายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในเดือนกันยายน 2561 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเลยในเดือนกันยายน 2561 ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเลย เฉลี่ยอยู่ที่ 3,005 บาทต่อครัวเรือน หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 34.1 แบ่งเป็นชุมชนปลาบ่า นาอ้อ ภูป่าเปาะ และกกสะทอน อยู่ที่ 4,656 3,000 2,276 และ 2,089 บาทต่อครัวเรือน ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลย อยู่ที่ 0.353 โดยชุมชนที่ไม่มีความเหลื่อมล้ำ คือ ชุมชนนาอ้อ อยู่ที่ 0.000 ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีความเหลื่อมล้ำน้อย ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ และกกสะทอน 0.318 และ 0.402 ตามลำดับ ขณะที่ชุมชนปลาบ่า มีการกระจายรายได้อยู่ที่ 0.692 สะท้อนการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์แย่ลง มีความเหลื่อมล้ำสูง (เกิน 0.5)

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลย ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า ตัวเลขเบื้องต้นอยู่ที่ 265 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่อัตราร้อยละ 9.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 9.3 และ 8.7 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเลยที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 จากที่พื้นที่ท่องเที่ยวหลักในจังหวัดเลย ได้แก่ ภูกระดึง ภูเรือ และเชียงคาน ยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของนักท่องเที่ยว ขณะที่พื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก และการเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ดังกล่าวยังมีความไม่สะดวกอยู่มาก ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน โดยฝนที่ตกอยู่ในปีนี้นั้นได้ตกต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน สะท้อนได้จากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ที่หดตัวลงในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยว ดังนั้น จึงเห็นควรอย่างยิ่งในการประชาสัมพันธ์พื้นที่พิเศษดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นและทำต่อเนื่องติดต่อกัน และในเดือนกันยายน 2561 นี้ พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย กลับมามีข้อมูลตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเป็นบวกอีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญานที่ดีในการเริ่มฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาวในปี 2561 นี้

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลย (ประกอบด้วยชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ ปลาบ่า และนาอ้อ) ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,005 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนส.ค. 60 อยู่ที่ 2,241 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 34.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ และกกสะทอนเป็นสำคัญ

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษเลย ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.353 ปรับตัวลดลงจากเดือนสิงหาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.413 บ่งชี้การกระจายตัวที่ดีขึ้นและมีความเหลื่อมล้ำลดลงของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเลยเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยชุมชนที่ไม่มีความเหลื่อมล้ำ คือ ชุมชนนาอ้อ อยู่ที่ 0.000 ส่วนชุมชนที่มีการกระจายรายได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ลดลง ได้แก่ ชุมชนภูป่าเปาะ และกกสะทอน อยู่ที่ 0.318 และ 0.402 ตามลำดับ ขณะที่ชุมชนที่มีการกระจายรายได้สูงกว่าค่ากลาง (0.5) สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ชุมชนปลาบ่า อยู่ที่ 0.694

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านนาอ้อ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,000 บาท /ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.ย. 60 ที่อยู่ที่ 959 บาท/ครัวเรือน หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 212.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และหากคิดเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าปีเดียวกันแล้ว พบว่ารายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนนาอ้อมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนสิงหาคม 2561 จาก 533 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 บาท/ครัวเรือน ในเดือนกันยายน 2561 จากการมีรายได้เสริมเข้ามาจากกลุ่มทอผ้าเป็นสำคัญ เนื่องจากมีกลุ่มทัวร์เข้ามาท่องเที่ยวและพบว่างานหัตถกรรมงานทอผ้าฝีมือของบ้านนาอ้อมีความสวยงามและมีลวดลายผ้าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่กลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มโฮมสเตย์ กลับไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าพัก เนื่องจากแรงจูงใจนักท่องเที่ยวมีไม่เพียงพอต่อการเข้าพัก ขณะที่พื้นที่อื่นในจังหวัดเลยกลับมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงจูงใจ ตลอดจนดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า ซึ่งเป็นกรณีศึกษาเพื่อนำมาหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงในพื้นที่นาอ้อต่อไป ขณะเดียวกันพื้นที่นาอ้อก็มีแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาปรับปรุงและเร่งประชาสัมพันธ์พื้นที่จากการร่วมมือหลายหน่วยงาน เช่น อพท.พื้นที่จังหวัดเลย และเทศบาล เป็นต้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนนาอ้อ ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนนาอ้อ มีการกระจายตัวของรายได้โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

» ชุมชนปลาบ่า
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,656 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนปลาบ่าเปรียบเทียบ ขณะเดียวกันหากคิดเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าปีเดียวกันแล้ว พบว่า รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนปลาบ่ามีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนสิงหาคม 2561 จาก 5,137 บาท/ครัวเรือน ลดลงเป็น 4,656 บาท/ครัวเรือน ในเดือนกันยายน 2561 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน และมีพายุเข้าทำให้มีฝนตกจำนวนมากติดต่อกันต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนปลาบ่า ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.694 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.568 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนปลาบ่า มีการปรับตัวแย่ลงของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

» ชุมชนภูป่าเปาะ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,276 บาท/ครัวเรือน หดตัวลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนก.ย. 60 อยู่ที่ 3,522 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวลงที่ร้อยละ -35.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และรายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนภูป่าเปาะ มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนสิงหาคม 2561 จาก 2,641 บาท/ครัวเรือน ลดลงเป็น 2,276 บาท/ครัวเรือน ในเดือนกันยายน 2561 เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูกาลเกษตรประกอบกับฤดูฝนปีนี้ มีฝนที่ตกมากและตกต่อเนื่องติดต่อกัน ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนภูป่าเปาะ ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.318 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนสิงหาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.308 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนภูป่าเปาะ มีการกระจายรายได้แย่ลงเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

» ชุมชนกกสะทอน
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,089 บาท/ครัวเรือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนกกสะทอน และชุมชนกกสะทอนมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า พบว่า รายได้เสริมชุมชนจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอนมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในเดือนสิงหาคม 2561 จาก 1,764 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น 2,089 บาท/ครัวเรือน ในเดือนกันยายน 2561 เพิ่มขึ้นจากการขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเป็นรายได้เสริมเป็นสำคัญ

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.402 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2561 ที่อยู่ที่ระดับ 0.326 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอน มีการปรับตัวแย่ลงของการกระจายรายได้เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนกกสะทอน ภูป่าเปาะ และปลาบ่า
• ควรหมั่นดูแลปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม การตกแต่งบำรุงต้นไม้ให้สวยงาม ตลอดจนถนนหนทางในการอำนวยความสะดวก เพื่อให้ทันต่อฤดูหนาวที่ใกล้จะมาถึงนี้เมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือน
• ควรเตรียมการเพิ่มและเร่งรัดการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึง เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อกระตุ้นและเพิ่มการดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว
• การปรับปรุงป้ายบอกทางไปพื้นที่ท่องเที่ยวให้ชัดเจน สังเกตเห็นได้ง่าย เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่มักเกิดปัญหานักท่องเที่ยวเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวไม่ถูก ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น ความไม่ชำนาญเส้นทาง และการที่ป้ายบอกทางไม่ชัดเจน
• จัดหาวิทยากรด้านการจัดการด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การผลิต การเงิน และการตลาด โดยเฉพาะการลงบัญชีเบื้องต้นด้านต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่าย ให้แก่ชาวบ้านที่สนใจ ตลอดจนการอบรมให้ความรู้การทำธุรกิจเบื้องต้น โดยการการรวมตัวของกลุ่มชาวบ้านในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน
• เพิ่มการอบรมทักษะพื้นฐานการรักการให้บริการ (Service Mind) ให้แก่ชุมชน เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะมาเยือน
• ส่งเสริมการทำเกษตรเชิงผสมผสาน เพื่อสร้างความยั่งยืนของรายได้

ชุมชนนาอ้อ
• ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานและองค์กรอื่นๆ เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาและเร่งรัดการประชาสัมพันธ์มากขึ้นในพื้นที่นาอ้อ เช่น อพท.พื้นที่ เทศบาล และภาคเอกชน ซึ่งจะได้มีการร่วมมือร่วมกันเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
• ควรเตรียมการจัดกิจกรรมในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึง เพื่อกระตุ้นและเพิ่มการดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว