Click to order
Total: 
Your Name
Your Email
Your Phone
รายละเอียดข้อความ
โปรดระบุชื่อสินค้าและข้อความที่ต้องการปั๊ม
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
ปีงบประมาณ 2561
รายงานประเมิน บทวิเคราะห์รายได้ชุมชน และ Data Visualization
ชุมชนบ้านเชียงราย บ้านซาวหลวง และบ้านนาปงพัฒนา ในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รอบปีงบประมาณ 2561
บทวิเคราะห์รายเดือน ต.ค. - ธ.ค. 2560
ตุลาคม 2560
พฤศจิกายน 2560
ธันวาคม 2560
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน ตุลาคม 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนตุลาคม 2560 ขยายตัวได้ดี ทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะที่ รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนตุลาคม 2560 เฉลี่ยที่ 4,816 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.240 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนเดือนตุลาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ 156.1 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ซึ่งแบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 6.9 และ 5.8 %yoy ตามลำดับ นอกจากนี้ จำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนตุลาคม มีจำนวน 65,769 คน ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 6.4%yoy โดยแบ่งเป็นการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 6.4 และ 4.4%yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่มีทิศทางดีขึ้น

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนตุลาคม 2560 จากแผนภาพที่ 2 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,816 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,496 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 37.7%yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.240 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่แย่ลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน พบว่า ค่า Gini อยู่ที่ 0.266 ซึ่งมีค่าสูงกว่าไม่มากนัก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจับตาค่า Gini ในทุกๆ เดือน เพื่อวิเคราะห์ทิศทางของการกระจายรายได้ในพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษน่านต่อไป

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,700 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,147 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 112.9%yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 นั่นคือ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำของรายได้ภายในชุมชน เนื่องจากลักษณะการดำเนินงานเมื่อได้รายได้หลังการขายสินค้า คือ แบ่งรายได้ให้สมาชิกในชุมชนเท่ากันทุกคน ดังนั้น รายได้ของสมาชิกจึงเท่ากันทุกคน

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,728 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,703 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 27.7%yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนตุลาคม 2560 อยู่ที่ระดับ 0.211 ซึ่งยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนตุลาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,277 บาท/ครัวเรือน ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4,033 บาท/ครัวเรือนหรือคิดเป็นการหดตัวร้อยละ -43.5%mom

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนตุลาคม 2560 อยู่ที่ระดับ 0.288 ซึ่งยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนบ้านเชียงราย
ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้ทันสมัยและตรงความต้องการของลูกค้า

ชุมชนบ้านซาวหลวง
ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา
ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน พฤศจิกายน 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนพฤศจิกายน 2560 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 เฉลี่ยที่ 4,863 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.268 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าและจากช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ 168.5 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 8.5 และ 10.6%yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนพฤศจิกายน มีจำนวน 69,329 คน ขยายตัวร้อยละ 5.2 %yoy โดยขยายตัวทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 5.1 และ 6.6 %yoy ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวภายในจังหวัดน่านมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,863 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,728 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 30.4%yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.268 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่แย่ลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ค่า Gini ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ที่มีค่าอยู่ที่ 0.240 และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีค่าอยู่ที่ 0.223 ทั้งนี้ ยังคงต้องจับตาค่า Gini ในทุกๆ เดือน เพื่อวิเคราะห์ทิศทางของการกระจายรายได้ในพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษน่านต่อไป

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริม ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 จ พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,700 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,387 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 97.8 %yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 นั่นคือ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำของรายได้ภายในชุมชน เนื่องจากลักษณะการดำเนินงานเมื่อได้รายได้หลังการขายสินค้า คือ แบ่งรายได้ให้สมาชิกในชุมชนเท่ากันทุกคน ดังนั้น รายได้ของสมาชิกจึงเท่ากันทุกคน

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริม ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,824 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,931 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 22.7 %yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 อยู่ที่ระดับ 0.278 ซึ่งยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริม ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,457 บาท/ครัวเรือน ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,277 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการหดตัวร้อยละ 7.9 เทียบกับเดือนก่อนหน้า (เนื่องจากไม่มีข้อมูลรายได้ปีก่อนหน้า จึงใช้ข้อมูลเดือนก่อนหน้า หรือ %MoM)

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤศจิกายน 2560 อยู่ที่ระดับ 0.303 ซึ่งยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ชุมชนบ้านเชียงราย
ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้ทันสมัยและตรงความต้องการของลูกค้า

ชุมชนบ้านซาวหลวง
ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา
ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ทั้งด้านการด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน ธันวาคม 2560
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนธันวาคมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนธันวาคม 2560 เฉลี่ยที่ 5,271 บาทต่อครัวเรือน อย่างไรก็ดี ค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.222 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนธันวาคม 2560 ในแผนภาพที่ 1 พบว่า อยู่ที่ 190.9 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 10.7 และ 13.1%yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนธันวาคม 2560 มีจำนวน 78,539 คน ขยายตัวต่อเนื่องเช่นกันที่ร้อยละ 7.4%yoy โดยขยายตัวทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 7.3 และ 8.8 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนธันวาคม 2560 จากแผนภาพที่ 2 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,271 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4,247 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 24.1%yoy นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า พบว่า รายได้เสริมประจำเดือนธันวาคม 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2560 เช่นกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการออกบูทจำหน่ายสินค้าในงาน "ท่องเที่ยวไทยเก๋ไก๋ถึงชุมชน" ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งส่งผลให้มียอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนธันวาคม 2560 ในแผนภาพที่ 3 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.222 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่แย่ลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบค่า Gini ประจำเดือนธันวาคม 2560 กับเดือนที่อยู่ที่ 0.268 พบว่า ปรับตัวลดเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ ยังคงจำเป็นต้องจับตาค่า Gini ในทุก ๆ เดือน เพื่อวิเคราะห์ทิศทางของการกระจายรายได้ในพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษน่านต่อไป

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,700 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4,321 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 55.1 %yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้นมาก

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 นั่นคือ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำของรายได้ภายในชุมชน เนื่องจากลักษณะการดำเนินงานเมื่อได้รายได้หลังการขายสินค้า คือ แบ่งรายได้ให้สมาชิกในชุมชนเท่ากันทุกคน ดังนั้น รายได้ของสมาชิกจึงเท่ากันทุกคน

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,422 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2559 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4,203 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 29.0 %yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มสูงขึ้น

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนธันวาคม 2560 อยู่ที่ระดับ 0.211 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า และยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนธันวาคม 2560 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,986 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,457 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 21.5 %mom (เทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีรายได้ของปีก่อนหน้า)

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนธันวาคม 2560 อยู่ที่ระดับ 0.316 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ค่า Gini ของชุมชนบ้านนาปงพัฒนายังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้ทันสมัยและตรงความต้องการของลูกค้า

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
บทวิเคราะห์รายเดือน ม.ค. - มี.ค. 2561
มกราคม 2561
กุมภาพันธ์ 2561
มีนาคม 2561
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน มกราคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนมกราคม 2561 ขยายตัวได้ดี ทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนมกราคม 2561 เฉลี่ยที่ 5,145 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.228 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 316.3 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 8.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 8.4 และ 11.9%yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนมกราคม 2561 มีจำนวน 106,361 คน ขยายตัวร้อยละ 3.1%yoy โดยขยายตัวทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 3.1 และ 4.6%yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนมกราคม 2561 จากแผนภาพที่ 2 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนยังอยู่ในระดับที่สูง ที่ 5,145 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,256 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 58.0 ต่อปี โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากยอกคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมกราคม 2561 ในแผนภาพที่ 3 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.228 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 อย่างไรก็ตาม ค่า Gini ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ที่อยู่ที่ระดับ 0.222 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องจับตาค่า Gini ในทุกๆ เดือน เพื่อวิเคราะห์ทิศทางของการกระจายรายได้ในพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษน่านต่อไป


วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,700 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,995 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 67.7 %yoy ทั้งนี้ เป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 นั่นคือ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำของรายได้ภายในชุมชน เนื่องจากลักษณะการดำเนินงานเมื่อได้รายได้หลังการขายสินค้า คือ แบ่งรายได้ให้สมาชิกในชุมชนเท่ากันทุกคน ดังนั้น รายได้ของสมาชิกจึงเท่ากันทุกคน

» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,800 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,935 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 63.5 %yoy ทั้งนี้ เป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมกราคม 2561 อยู่ที่ระดับ 0.172 ซึ่งลดลงจากเดือนก่อนหน้าเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมกราคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 3,821 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,917 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 31.0 %yoy

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมกราคม 2561 อยู่ที่ระดับ 0.448 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และยังคงมีค่าที่มากกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากชุมชนบ้านนาปงพัฒนาเป็นชุมชนใหม่ที่มีสมาชิกน้อย

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้ทันสมัยและตรงความต้องการของลูกค้า

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น

พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน กุมภาพันธ์ 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ขยายตัวได้ดี ทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เฉลี่ยที่ 5,294 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน อย่างไรก็ดี ค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.217 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ 272.4 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 4.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 4.7 และ 2.9 %yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 มีจำนวน 93,325 คน ขยายตัวร้อยละ 2.1 %yoy โดยขยายตัวทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 2.1 และ 1.2 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5,294 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,303 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 60.3 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการยอดคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการออกบูทสินค้าผ้าทอพื้นเมืองในงาน Silvers&Textiles Festival 2018 ณ ลานข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 14 -18 กุมภาพันธ์ 2561

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.217 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 อย่างไรก็ตาม ค่า Gini ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.228 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่แย่ลงเล็กน้อย ทั้งนี้ ยังคงจำเป็นต้องจับตาค่า Gini ในทุกๆ เดือน เพื่อวิเคราะห์ทิศทางของการกระจายรายได้ในพื้นที่ ท่องเที่ยวพิเศษน่านต่อไป

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,700 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,732 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 79.5%yoy ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 นั่นคือ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำของรายได้ภายในชุมชน เนื่องจากลักษณะการดำเนินงานของชุมชนเป็นลักษณะการกระจายสินค้าของสมาชิกในชุมชนซึ่งทำให้สินค้าของสมาชิกทุกรายสามารถจำหน่ายได้ในจำนวนเท่าๆกัน ดังนั้น รายได้ของสมาชิกจึงเท่ากัน

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 5,494 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,365 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 63.3%yoy ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 อยู่ที่ระดับ 0.190 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,282 บาท/ครัวเรือน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,531 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการหดตัวร้อยละ -9.8%yoy เนื่องจากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยว (ข้าว) จึงทำให้สมาชิกในชุมชนบ้านนาปงพัฒนามีเวลาไม่มากในการทอผ้า จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ผ้าทอมีปริมาณน้อยลง ประกอบกับชุมชนบ้านนาปงพัฒนายังเป็นชุมชนใหม่และมีจำนวนสมาชิกน้อยราย

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2561 อยู่ที่ระดับ 0.218 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า และเป็นระดับที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและประสบปัญหาด้านตราสินค้ายังขาดอัตลักษณ์

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น


พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน มีนาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนมีนาคม 2561 ขยายตัวได้ดีที่ร้อยละ 6.0 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ประจำเดือนมีนาคม 2561 เฉลี่ยที่ 5,640 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน อย่างไรก็ดี ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ อยู่ที่ 0.153 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษน่านที่อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 258.12 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 5.9 และ 7.9 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5,640 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,181 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 77.3 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมให้ใส่ผ้าไทยซึ่งส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.153 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.136 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ทั้ง 3 ชุมชน ที่อยู่ในเกณฑ์ดี


วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,700 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,637 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 84.2 %yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานต่ำในปีก่อนหน้าและประกอบกับสิ้นสุดช่วงพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพจึงส่งผลให้มีคำสั่งซื้อผ้าทอที่เป็นสีสันและมีลวดลายมากขึ้นทำให้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 นั่นคือ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำของรายได้ภายในชุมชน เนื่องจากลักษณะการดำเนินงานเมื่อได้รายได้หลังการขายสินค้า คือ แบ่งรายได้ให้สมาชิกในชุมชนเท่ากันทุกคน ดังนั้น รายได้ของสมาชิกจึงเท่ากันทุกคน

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5,463 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,288 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 66.2 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการยอดคำสั่งซื้อผ้าทอที่มีสีสันและลวดลายเพิ่มขึ้นเนื่องจากนโยบายส่งเสริมการใส่ผ้าไทยของส่วนราชการซึ่งส่งผลทำให้มียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมีนาคม 2561 อยู่ที่ระดับ 0.139 ซึ่งยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมีนาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4,758 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,620 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 81.6 %yoy ซึ่งขยายตัวในระดับเร่งต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการยอดคำสั่งซื้อผ้าทอที่มีสีสันและลวดลายเพิ่มขึ้นเนื่องจากนโยบายส่งเสริมใส่ผ้าไทยของส่วนราชการซึ่งส่งผลทำให้มียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมีนาคม 2561 อยู่ที่ระดับ 0.321 ซึ่งยังคงน้อยกว่าค่าเฉลี่ย Gini ของภาคเหนือ ที่อยู่ที่ระดับ 0.388 แสดงให้เห็นถึงการกระจายของรายได้ที่อยู่อยู่ในเกณฑ์ดี


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น


บทวิเคราะห์รายเดือน เม.ย. - มิ.ย. 2561
เมษายน 2561
พฤษภาคม 2561
มิถุนายน 2561
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน เมษายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนเมษายน 2561 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 8.0 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติสอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนเมษายน 2561 เฉลี่ยที่ 6,637 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน อย่างไรก็ดี ค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.234 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษน่านที่อยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนเมษายน 2561 ในแผนภาพที่ 1 พบว่า อยู่ที่ 283.22 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 8.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 8.0 และ 7.4 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6,637 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,912 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 127.9 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.234 ซึ่งยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 6,711 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,400 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 179.6 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.244 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.000 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 6,500 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,942 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 120.9 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.367 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.313 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 6,700 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,839 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 97.5 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนเมษายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.274 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.321 ซึ่งยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น

พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน พฤษภาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนพฤษภาคม 2561 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 9.0 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 เฉลี่ยที่ 7,163 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันและค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.213 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษน่านที่อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 255.72 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 9.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 9.0 และ 8.8 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7,163 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,774 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 158.2 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการออกบูทแสดงสินค้าที่งานเทศกาลไทย Thai Festival 2018 ณ กรุงโตเกียว

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.213 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.234 และยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 7,031 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,447 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 187.3 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.243 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.244 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 6,194 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,098 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 99.9 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.224 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.182 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 8,264 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,777 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 197.6 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.172 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.274 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน มิถุนายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนมิถุนายน 2561 ขยายตัวได้ดีที่ร้อยละ 6.7 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนมิถุนายน 2561 เฉลี่ยที่ 7,649 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.219 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษน่านที่อยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ 232.21 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 6.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 6.6 และ 9.8 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7,649 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,797 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 173.5 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการออกบูทแสดงสินค้าที่ ไบเทค บางนา

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.219 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดอืนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.213 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 7,567 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,826 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 193.4 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.229 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.243 ซึ่งยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 6,668 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,972 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 124.3 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.226 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.224 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 8,713 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,839 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 206.9 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมิถุนายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.202 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.172 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและประสบปัญหาด้านตราสินค้ายังขาดอัตลักษณ์

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาด้านการผลิตสินค้าสำเร็จรูปเนื่องจากต้องใช้ฝีมือและความชำนาญในการตัดเย็บ จึงส่งผลให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการผลิต ประกอบกับยังขาดแรงงานฝีมือในการออกแบบสิ่งทอและการตัดเย็บ ซึ่งทำให้กลุ่มต้องวางขายสินค้าในรูปแบบผ้าผืนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาดมากนัก อีกทั้งบรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
บทวิเคราะห์รายเดือน ก.ค. - ก.ย. 2561
กรกฎาคม 2561
สิงหาคม 2561
กันยายน 2561
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน กรกฎาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนกรกฎาคม 2561 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 8.9 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 เฉลี่ยที่ 7,804 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.251 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษน่านที่อยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว

รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ 148.73 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 9.0 และ 7.9 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 7,804 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,857 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 173.2%yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.251 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.219 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการ กระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 7,406 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,826 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 162 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องโดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.253 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.229 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการ กระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 6,164 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,083 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 99.9 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องโดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.206 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.226 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการ กระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 9,843 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,661 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 269.9 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องโดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกรกฎาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.294 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.202 อย่างไรก็ดี ยังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการ กระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและประสบปัญหาด้านตราสินค้ายังขาดอัตลักษณ์

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่า ที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน สิงหาคม 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนสิงหาคม 2561 ขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 16.2 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนสิงหาคม 2561 เฉลี่ยที่ 5,969 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.261 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษน่านที่อยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนสิงหาคม 2561 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 123.08 ล้านบาท หรือขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 16.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) นับเป็นการขยายตัวสูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 โดยเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 16.3 และ 14.1 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5,969 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,682 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 122.6%yoy แม้ว่าจะเป็นการขยายตัวในอัตราชะลอจากเดือนก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน พบว่า ขยายตัวในระดับสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.261 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.251 สะท้อนการกระจายรายได้ภายในพื้นที่ที่มีการกระจุกตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 7,429 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,479 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 199.7 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.316 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.253 ซึ่งเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 4,519 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,200 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 41.2 %yoy ซึ่งเป็นขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.175 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.206 แสดงให้เห็นว่ามีการกระจายตัวของรายได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 5,959 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,367 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 151.8 %yoy ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนสิงหาคม 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.293 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.294 ซึ่งเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและประสบปัญหาด้านตราสินค้ายังขาดอัตลักษณ์

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน กันยายน 2561
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนกันยายน 2561 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 16.4 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองน่าน ประจำเดือนกันยายน 2561 เฉลี่ยที่ 6,080 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.247 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษน่านที่ดีขึ้น

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนกันยายน 2561 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 121.65 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 16.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) นับเป็นการขยายตัวสูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 16.5 และ 14.7 %yoy ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6,080 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,454 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 76.0%yoy แม้ว่าจะเป็นการขยายตัวในอัตราชะลอจากเดือนก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน พบว่า ขยายตัวในระดับสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.247 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.261 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในพื้นที่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 7,180 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,463 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 191.5 %yoy ซึ่งขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.214 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.316 แสดงให้เห็นว่ามีการกระจายตัวของรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 5,404บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,867 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 39.7 %yoy ซึ่งเป็นขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.218 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.175 ซึ่งเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 5,656 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2560 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4,033 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 40.2 %yoy โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกันยายน 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.309 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.293 แต่อย่างไรก็ดี ยังเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและประสบปัญหาด้านตราสินค้ายังขาดอัตลักษณ์

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น