Click to order
Cart
Total: 
Your Name
Your Email
Your Phone
รายละเอียดข้อความ
โปรดระบุชื่อสินค้าและข้อความที่ต้องการปั๊ม
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
ปีงบประมาณ 2561 รายไตรมาส
รายงานประเมิน บทวิเคราะห์รายได้ชุมชน และ Data Visualization
ชุมชนบ้านเชียงราย บ้านซาวหลวง และบ้านนาปงพัฒนา ในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รอบปีงบประมาณ 2561 รายไตรมาส
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 1
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน : ไตรมาสที่ 1
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 14,265 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,197 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนีในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านอยู่ที่ 0.176 ซึ่งเป็นดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ที่ระดับ 0.5 แสดงถึงการกระจายตัวของรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านอยู่ในระดับดี ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในไตรมาส 1 ปี 2561 ขยายตัวได้ดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่ามีรายได้อยู่ที่ 516 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 474 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 8.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวได้ดีทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 8.8 และร้อยละ 9.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยว (ปลายฝนต้นหนาว) และมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเชิ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวม 14,265 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,197 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 27.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีไว้อาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่งผลให้ความต้องการสวมใส่เสื้อผ้ามีสีสันและลวดลายมากขึ้น ซึ่งพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือเป็นสำคัญ และในปัจจุบันภาครัฐได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนให้ประชาชนใส่ผ้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนราชการและวัยทำงาน อย่างไรก็ดี ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็เริ่มให้ความสนใจเรื่องการสวมใส่ผ้าไทยมากขึ้นเนื่องจากได้รับกระแสความนิยมจากโซเชียลของกลุ่มดารานักแสดงและเน็ตไอดอล นอกจากนี้ จังหวัดน่านยังมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น สงบและมีธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์สวยงามซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบแนวธรรมชาติและความเงียบสงบเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีวัฒนธรรมประเพณี ที่สืบสานผ่านศิลปะล้านนาจากวัดหรือสถาปัตยกรรมต่างๆ ทำให้ภาพรวมด้านการท่องเที่ยวภายในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลต่อรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.176 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 0.380 และถือว่าเป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านอยู่ในระดับดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านเชียงรายไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 20,100 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาส 1 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 10,855 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 85.17 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมีตลาดหลักจากโครงการหลวงภูฟ้ารองรับ ประกอบกับมีการบริหารจัดการในกลุ่มอย่างเป็นระบบและมีการพัฒนาทั้งด้านการผลิต ลายผ้าและการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าและมีแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างซึ่งทำให้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนมีการนำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ เช่น งานกาชาด งาน OTOP เป็นต้น ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ส่งผลดีต่อเนื่องให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านเชียงราย ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านเชียงราย ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเท่าเทียมกัน เนื่องจากนโยบายของทางชมชุมบ้านเชียงรายที่การแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียมกันทุกคนของสมาชิกทั้งหมด ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนบ้านเชียงรายมีค่าเป็นศูนย์

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านซาวหลวงในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 14,974 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 11,838 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 26.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากชุมชนบ้านซาวหลวงมีเงินทุนในการประกอบการและมีสมาชิกในกลุ่มจำนวนมากและมีเสถียรภาพทำให้สามารถทอผ้าออกจำหน่ายได้เป็นจำนวนมากและเป็นศูนย์ในการรวมผลิตภัณฑ์ผ้าทอภายใต้แบรนด์ "น่านเน้อเจ้า" และทำการตลาดได้อย่างมีคุณภาพ ประกอบกับในช่วงเดือนธันวาคม 2560 มีการออกงานแสดงสินค้าในงาน "ท่องเที่ยวไทยเก๋ไก๋ถึงชุมชน" ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ส่งผลดีต่อยอดคำสั่งซื้อทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านซาวหลวง ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านซาวหลวง ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่าอยู่ที่ระดับ 0.211 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.308 แสดงถึงทิศทางการกระจายรายได้ภายในชุมชนที่ดีขึ้น

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านนาปงพัฒนาในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 7,720 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 1 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 10,898 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ 29.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสมาชิกภายในชุมชนที่น้อยลงและไม่มีความแข็งแกร่ง ประกอบกับกลุ่มยังไม่มีโรงเรือนและทุนในการซื้อวัตถุดิบสำคัญในการทอผ้า ส่งผลให้สมาชิกในกลุ่มต้องทอผ้าที่บ้านแล้วนำมารวมที่กลุ่มเพื่อจำหน่าย ซึ่งไม่สามารถควบคุมสี ลายผ้าและคุณภาพสินค้าได้เท่าที่ควรทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านนาปงพัฒนาน้อยกว่าชุมชนอื่น ๆ
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.316 ซึ่งแม้ว่าจะเป็นค่าดัชนีที่สูงกว่าพื้นที่อื่นๆ แต่นับ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและประสบปัญหาด้านตราสินค้ายังขาดอัตลักษณ์

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 2
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน : ไตรมาสที่ 2
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 15,573 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 9,673 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนีในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านอยู่ที่ 0.153 ซึ่งเป็นดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ที่ระดับ 0.5 แสดงถึงการกระจายตัวของรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านอยู่ในระดับดี ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในไตรมาส 2 ปี 2561 ขยายตัวได้ดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่ามีรายได้อยู่ที่ 847 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 796 ล้านบาท หรือขยายตัวชะลอลงที่ร้อยละ 6.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราชะลอลงทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 6.4 และ ร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศและนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ จึงอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่คึกคักมากนัก อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านยังคงขยายตัวในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวม 15,573 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 9,673 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 123.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนหลักที่ทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านปรับเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งจากปีก่อน เนื่องจากผลดีของละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" และมีการออกบูทแสดงสินค้าในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 46 ในช่วงเดือนมีนาคม 2561 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ และงาน Silvers&Textiles Festival 2018 ณ ลานข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 จึงทำให้ประชาชนมีความนิยมและมีความต้องการหาซื้อและสวมใส่ผ้าไหม/ผ้าฝ้ายทอมือ กอปรกับภาครัฐให้ความสำคัญและขอความร่วมมือส่วนราชการและกลุ่มวัยทำงานในการสวมใส่ผ้าไทยเพื่อสนับสนุนชุมชนและส่งเสริมความเป็นไทย ส่งผลทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.153 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 0.176 และถือว่าเป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านอยู่ในระดับดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านเชียงรายไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 20,100 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,363 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 76.89 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" ทำให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตลอดจนระบบการจัดการการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนบ้านเชียงรายค่อนข้างมีระบบที่ชัดเจน ตลอดจนมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องทั้งผ้าทอและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปซึ่งทำให้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อสมาชิกทำให้มีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ส่งผลดีต่อเนื่องให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านเชียงราย ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านเชียงราย ประจำไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่มีความเท่าเทียมกัน เนื่องจากนโยบายของทางชมชุมบ้านเชียงรายที่การแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียมกันทุกคนของสมาชิกทั้งหมด ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนบ้านเชียงรายมีค่าเป็นศูนย์

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านซาวหลวงในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 15,756 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 9,588 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 64.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสความนิยมจากละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" และมีการออกบูทแสดงสินค้าในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 46 ในช่วงเดือนมีนาคม 2561 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ และงาน Silvers&Textiles Festival 2018 ณ ลานข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ส่งผลทำให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมาก ตลอดจนชุมชนบ้านซาวหลวงมีจำนวนสมาชิกที่มาก ทำให้สามารถทอผ้าออกจำหน่ายได้เป็นจำนวนมาก ทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านซาวหลวง ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านซาวหลวง ประจำไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่าอยู่ที่ระดับ 0.139 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.211 แสดงถึงทิศทางการกระจายรายได้ภายในชุมชนที่ดีขึ้น

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านนาปงพัฒนาในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 10,862 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 8,067 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 34.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านนาปงพัฒนาจะน้อยกว่าชุมชนอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 7,720 บาท/ครัวเรือน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากยอดคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงกระแสความนิยมผ้าไทยจากละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส"
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประจำไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.321 ซึ่งแม้ว่าจะเป็นค่าดัชนีที่สูงกว่าพื้นที่อื่นๆ แต่ค่าดัชนียังคงน้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของชุมชนบ้านนาปงพัฒนาอยู่ในระดับดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและประสบปัญหาด้านตราสินค้ายังขาดอัตลักษณ์

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 3
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน : ไตรมาสที่ 3
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 21,449 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 8,483 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนีในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านอยู่ที่ 0.219 ซึ่งเป็นดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ที่ระดับ 0.5 แสดงถึงการกระจายตัวของรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านอยู่ในระดับดี ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในไตรมาส 3 ปี 2561 ขยายตัวได้ดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 พบว่ามีรายได้อยู่ที่ 771 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ไตรมาสที่ 3 ปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 714 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 7.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 7.9 และ ร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากที่เหมาะสมแก่การไปเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การไปสัมผัสบรรยากาศความเขียวขจีของเมืองน่านในฤดูฝน จึงอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านยังคงขยายตัวในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวม 21,449 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 8,483 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 152.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านปรับเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งจากปีก่อน เนื่องจากในปี 60 อยู่ในช่วงไว้อาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้ความต้องการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันและลวดลายน้อยลงมากทำให้ยอดคำสั่งซื้อผ้าทอลดลง ซึ่งสวนทางกับปี 61 ที่ได้รับอานิสงส์จากละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" และละครเรื่อง "หนึ่งด้าวฟ้าเดียว" จึงทำให้ประชาชนมีความนิยมสวมใส่ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง กอปรกับภาครัฐให้ความสำคัญและขอความร่วมมือส่วนราชการและกลุ่มวัยทำงานในการสวมใส่ผ้าไทยเพื่อสนับสนุนชุมชนและส่งเสริมความเป็นไทย ส่งผลทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำ ไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.219 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 0.153 อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนียังคงมีค่าที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านยังอยู่ในระดับดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านเชียงราย (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านเชียงรายไตรมาสที่ 3 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 21,308 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 7,426 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 186.9 ปัจจัยหลักเป็นผลมาจากกระแสละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และละครเรื่อง "หนึ่งด้าวฟ้าเดียว" ทำให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตลอดจนระบบการจัดการการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนบ้านเชียงรายค่อนข้างมีระบบและมีการจัดที่ดีภายในกลุ่ม ตลอดจนมีการนำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ทั้งในจังหวัดน่าน พื้นที่ใกล้เคียงและกรุงเทพมหานคร เป็นต้น ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ส่งผลดีต่อเนื่องให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านเชียงราย ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านเชียงราย ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.229 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ที่มีค่าเท่ากับ 0.000 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ดี ค่าดัชนียังคงน้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของชุมชนบ้านเชียงรายอยู่ในระดับดี

» ชุมชนบ้านซาวหลวง (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านซาวหลวงในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 19,361 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 9,013 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 114.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และแม้ว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านซาวหลวงจะน้อยกว่าชุมชนอื่น ๆ แต่เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ 15,756 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.9 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านซาวหลวงขยายตัวเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสความนิยมจากละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" และละครเรื่อง "หนึ่งด้าวฟ้าเดียว" และมีการออกบูทที่งานเทศกาลไทย Thai Festival 2018 ณ กรุงโตเกียว เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 ส่งผลทำให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนชุมชนบ้านซาวหลวงมีจำนวนสมาชิกที่มาก ทำให้สามารถทอผ้าออกจำหน่ายได้เป็นจำนวนมาก ทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านซาวหลวง ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านซาวหลวง ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่าอยู่ที่ระดับ 0.226 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.139 แสดงถึงทิศทางการกระจายรายได้ภายในชุมชนที่แย่ลง อย่างไรก็ดี ค่าดัชนียังคงน้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของชุมชนบ้านซาวหลวงอยู่ในระดับดี

» ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา (กลุ่มแบรนด์น่านเน้อเจ้า)
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านนาปงพัฒนาในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 23,678 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 9,009 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในระดับสูงที่ร้อยละ 162.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากยอด คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" และละครเรื่อง "หนึ่งด้าวฟ้าเดียว"
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.202 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.321 แสดงทิศทางการกระจายรายได้ภายในชุมชนที่แย่ลง อย่างไรก็ดี ค่าดัชนียังคงน้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของชุมชนบ้านนาปงพัฒนาอยู่ในระดับดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการทอผ้าที่ทันสมัย (กี่กระตุก) และจัดอบรมด้านการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ โดยการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาอุปกรณ์ให้กับชุมชนฯ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากปัจจุบันชุมชนยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทอผ้าและขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือด้านการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและประสบปัญหาด้านตราสินค้ายังขาดอัตลักษณ์

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ปัญหาสินค้าที่ผลิตยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด บรรจุภัณฑ์และตราสินค้ายังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร ประกอบกับการไม่มีหน้าร้าน จึงทำให้นักท่องเที่ยว/ผู้ที่สนใจ เข้าถึงสินค้าของชุมชนได้ลำบากเนื่องจากชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้การกระจายสินค้าของชุมชนยังคงกระจุกตัวอยู่ภายในชุมชน และปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดทั้งแบบมีหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การออกแบบลายผ้าและสีผ้าให้ตรงความต้องการของตลาด และการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือในการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น