Click to order
Total: 
Your Name
Your Email
Your Phone
รายละเอียดข้อความ
โปรดระบุชื่อสินค้าและข้อความที่ต้องการปั๊ม
พื้นที่พิเศษเมืองพัทยา
และพื้นที่เชื่อมโยง
ปีงบประมาณ 2561 รายไตรมาส
รายงานประเมิน บทวิเคราะห์รายได้ชุมชน และ Data Visualization
ชุมชนตะเคียนเตี้ย และจีนโบราณชากแง้ว ในพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง รอบปีงบประมาณ 2561 รายไตรมาส
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 1
พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง : ไตรมาสที่ 1
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี ในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 18.4 จากช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ที่ 23,790 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวร้อยละ 66.1 แบ่งเป็นชุมชนจีนโบราณชากแง้ว 41,008 บาทต่อครัวเรือน และชุมชนตะเคียนเตี้ยอยู่ที่ 6,571 บาทต่อครัวเรือน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง อยู่ที่ 0.241 แบ่งเป็นชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ที่ระดับ 0.302 และชุมชนตะเคียนเตี้ยที่ระดับ 0.180 สะท้อนการกระจายรายได้เมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ในระดับที่ดี

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดชลบุรี ในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า อยู่ที่ 73,887 ล้านบาท ขยายตัวที่ร้อยละ 18.4 จากช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) แบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ +12.3 และ +20.2 %yoy ตามลำดับ สอดคล้องกับจำนวนของผู้เยี่ยมเยือนที่ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ +5.9 %yoy สะท้อนการท่องเที่ยวในจังหวัดที่ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 23,790 บาท/ครัวเรือน คิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 66.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้งชุมชนจีนโบราณซากแง้ว และชุมชนตะเคียนเตี้ย สอดคล้องกับการขยายตัวของรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561 พบว่าอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ที่ยังคงอยู่ระดับต่ำต่อเนื่องที่ระดับ 0.285 0.277 และ 0.241 ในเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน และ ธันวาคม 2560 ตามลำดับ และเป็นการปรับตัวในเกณฑ์ดีทั้งชุมชนจีนโบราณชากแง้ว และชุมชนตะเคียนเตี้ย ซึ่งบ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนตะเคียนเตี้ย
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนตะเคียนเตี้ย ในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,571 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2560 ที่อยู่ที่ 5,833 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 12.7%yoy สอดคล้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่ชุมชนตะเคียนเตี้ย ในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561 พบว่าอยู่ที่ระดับต่ำต่อเนื่อง โดยในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และ ธันวาคม 2560 ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ อยู่ที่ 0.284 0.254 และ 0.180 ตามลำดับ และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของค่าสัมประสิทธิ์จีนีของภาคตะวันออกที่อยู่ที่ 0.396 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของสมาชิกในชุมชนตะเคียนเตี้ยดีขึ้นต่อเนื่อง และดีกว่าการกระจายรายได้เฉลี่ยของภาคตะวันออก

» ชุมชนจีนโบราณชากแง้ว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561 พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 41,008 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2560 อยู่ที่ 22,821 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 79.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีและประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่ชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561 พบว่าอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ ในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และ ธันวาคม 2560 อยู่ที่ 0.285 0.300 และ 0.302 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ของทั้งภาคตะวันออก ที่อยู่ที่ 0.396 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนจีนโบราณชากแง้ว อยู่ในระดับดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ขายในตลาดให้มีความหลายหลาก โดยจากลงพื้นที่สำเร็จ พบว่า สินค้าส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดนั้น จะเน้นอาหารที่เป็นอาหารที่พร้อมรับประทาน รวมผักและผลไม้ที่มาจากสวน แต่ไม่ค่อยมีสินค้าที่ผ่านการแปรรูปมากนัก ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามากนัก
2. ควรเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการของชุมชน ผู้นำ หรือหัวหน้าชุมชน คณะกรรมการชุมชน โดยการ อบรม ดูงาน ฝึกงาน เพิ่มประสบการณ์ในการจัดการชุมชน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในชุมชนที่ขยายตัวต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 2
พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง : ไตรมาสที่ 2
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2561 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 23.1 จากช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ที่ 22,410 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวร้อยละ 41.6 แบ่งเป็นชุมชนจีนโบราณชากแง้ว 40,281 บาทต่อครัวเรือน และชุมชนตะเคียนเตี้ยอยู่ที่ 4,538 บาทต่อครัวเรือน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง อยู่ที่ 0.361 แบ่งเป็นชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ที่ระดับ 0.290 และชุมชนตะเคียนเตี้ยที่ระดับ 0.432 สะท้อนการกระจายรายได้เมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ในเกณฑ์ดี

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดชลบุรี ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า อยู่ที่ 80,514 ล้านบาท ขยายตัวที่ร้อยละ 23.1 จากช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) แบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 17.3%yoy และ 24.2 %yoy ตามลำดับ สะท้อนการท่องเที่ยวในจังหวัดที่ดีต่อเนื่อง

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 22,410 บาท/ครัวเรือน คิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ +41.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้งชุมชนจีนโบราณซากแง้ว ในขณะที่ชุมชนตะเคียนเตี้ยปรับตัวลดลง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2561 พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ปี 2561 สะท้อนจากค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม 2561 อยู่ที่ระดับ 0.480 0.274 และ 0.361 (สูงกว่าค่าเฉลี่ยในไตรมาส 1 ที่ระดับ 0.268 เท่านั้น) สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงเเย่ลงจากไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนตะเคียนเตี้ย
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนตะเคียนเตี้ย ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,538 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2560 ที่อยู่ที่ 6,217 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวที่ร้อยละ -27.0%yoy ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงถนนทางเข้าชุมชนตะเคียนเตี้ย ทำให้เป็นข้อจำกัดในรับนักท่องเที่ยว
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่ชุมชนตะเคียนเตี้ย ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2561 พบว่าพบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ปี 2561 โดยในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม 2561 ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ อยู่ที่ 0.678 0.265 และ 0.432 ตามลำดับ ซึ่งอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของค่าสัมประสิทธิ์จีนีของภาคตะวันออกที่อยู่ที่ 0.396 บ่งชี้ว่าการกระจายรายได้ของสมาชิกในชุมชนตะเคียนเตี้ยแย่ลงกว่าไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2561

» ชุมชนจีนโบราณชากแง้ว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2561 พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 40,281 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2560 อยู่ที่ 25,432 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวร้อยละ 58.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีและประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยือนที่เพิ่มขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่ชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2561 พบว่าอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม 2561 ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ อยู่ที่ 0.283 0.283 และ 0.290 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ของทั้งภาคตะวันออก ที่อยู่ที่ 0.396 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนจีนโบราณชากแง้ว อยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ปรับปรุง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ป้ายบอกทาง รวมถึงป้ายข้อมูลชุมชนและสถานที่สำคัญ เป็นต้น นอกจากนี้ควรปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เพิ่มจำนวนห้องน้ำเพียงพอกับความต้องการ รวมถึงการจัดถังขยะที่เพียงพอ เพื่อรองรับการขยายตัวของนักเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
2. ควรเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการของชุมชน ผู้นำ หรือหัวหน้าชุมชน คณะกรรมการชุมชน โดยการ อบรม ดูงาน ฝึกงาน เพิ่มประสบการณ์ในการจัดการชุมชน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในชุมชนที่ขยายตัวต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 3
พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง : ไตรมาสที่ 3
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี ในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 16.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ที่ 29,768 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวร้อยละ 53.8 แบ่งเป็นชุมชนจีนโบราณชากแง้ว 52,818 บาทต่อครัวเรือน และชุมชนตะเคียนเตี้ยอยู่ที่ 6,718 บาทต่อครัวเรือน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงปรับตัวเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ 0.404 แบ่งเป็นชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ชากแง้ว ที่ระดับ 0.331 และชุมชนตะเคียนเตี้ยที่ระดับ 0.478 สะท้อนการกระจายรายได้เมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงปรับตัวแย่ลงจากไตรมาสก่อนหน้า

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดชลบุรี ในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า อยู่ที่ 74,212 ล้านบาท ขยายตัวในเกณฑ์ดีแม้ว่าจะชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ร้อยละ 16.8 จากช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) แบ่งเป็นการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 9.5%yoy และ 18.7%yoy ตามลำดับ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 29,768 บาท/ครัวเรือน คิดเป็นอัตราการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ +53.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้งชุมชนจีนโบราณซากแง้ว ในขณะที่ชุมชนตะเคียนเตี้ยยังคงหดตัว

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 0.404 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนเมษายน และพฤษภาคม อยู่ที่ระดับ 0.304 และ 0.348 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงเเย่ลงกว่าไตรมาสก่อน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนตะเคียนเตี้ย
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนตะเคียนเตี้ย ในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,718 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2560 ที่อยู่ที่ 7,293 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวที่ร้อยละ -7.9%yoy ส่วนหนึ่งเป็นมาจากการปรับปรุงถนนทางเข้าชุมชนตะเคียนเตี้ย ทำให้เป็นข้อจำกัดในรับนักท่องเที่ยว
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่ชุมชนตะเคียนเตี้ย ในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ปี 2561 โดยค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ อยู่ที่ 0.268 0.359 และ 0.478 ในเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน 2561 ตามลำดับตามลำดับ บ่งชี้ว่าแนวโน้มการกระจายรายได้ของสมาชิกในชุมชนตะเคียนเตี้ยในแย่ลง

» ชุมชนจีนโบราณชากแง้ว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 52,818 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2560 อยู่ที่ 31,430 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ +68.0%yoy ส่วนหนึ่งเป็นมาจากชุมชนจีนโบราณชากแง้วเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่ชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ในไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ระดับ 0.331 ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ของทั้งภาคตะวันออก ที่อยู่ที่ 0.396 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนจีนโบราณชากแง้วอยู่ในเกณฑ์ดี และดีกว่าภาคตะวันออก

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ปรับปรุง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ป้ายบอกทาง รวมถึงป้ายข้อมูลชุมชนและสถานที่สำคัญ เป็นต้น นอกจากนี้ควรปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เพิ่มจำนวนห้องน้ำเพียงพอกับความต้องการ รวมถึงการจัดถังขยะที่เพียงพอ นอกจากนี้ควรมีการจัดพื้นที่นั่งสำหรับนักท่องเที่ยวได้พักผ่อนและรับประทานอาหาร เป็นต้น
2. ควรเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการของชุมชน ผู้นำ หรือหัวหน้าชุมชน คณะกรรมการชุมชน โดยการอบรม ดูงาน ฝึกงาน เพิ่มประสบการณ์ในการบริหารจัดการตลาดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 4
พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง : ไตรมาสที่ 4
รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 5.4 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ที่ 38,114 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวร้อยละ 49.4 แบ่งเป็นชุมชนจีนโบราณชากแง้ว 57,705 บาทต่อครัวเรือน และชุมชนตะเคียนเตี้ยอยู่ที่ 18,522 บาทต่อครัวเรือน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงปรับตัวลดลง มาอยู่ที่ 0.303 แบ่งเป็นชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ที่ระดับ 0.334 และชุมชนตะเคียนเตี้ยที่ระดับ 0.271 สะท้อนการกระจายรายได้เมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดชลบุรี ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า อยู่ที่ 39,614 ล้านบาท ขยายตัวจะชะลอลงจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ +5.4 จากช่วงเดียวกันปีก่อน (%yoy) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นที่รัสเซีย ได้ส่งผลให้นักท่องเที่ยวปรับตัวลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวพื้นที่พัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 38,114 บาท/ครัวเรือน คิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ +49.4%yoy ชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ตามการชะลอลงจากชุมชนจีนโบราณซากแง้ว ในขณะที่ชุมชนตะเคียนเตี้ยกลับมาขยายตัว

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่พิเศษพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 0.303 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยงดีกว่าไตรมาสก่อน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนตะเคียนเตี้ย
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนตะเคียนเตี้ย ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 18,522 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2560 ที่อยู่ที่ 4,464 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ +314.9%yoy ส่วนหนึ่งเป็นมาจากการปรับปรุงถนนทางเข้าชุมชนตะเคียนเตี้ยแล้วเสร็จ ทำให้สามารถรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่ชุมชนตะเคียนเตี้ย ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 พบว่าปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่ 3 ปี 2561 โดยค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน อยู่ที่ 0.498 0.451 และ 0.271 ตามลำดับ บ่งชี้ว่าแนวโน้มการกระจายรายได้ของสมาชิกในชุมชนตะเคียนเตี้ยปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน

» ชุมชนจีนโบราณชากแง้ว
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 57,705 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวชะลอลงที่ร้อยละ 23.9%yoy สอดคล้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของพื้นที่ชุมชนจีนโบราณชากแง้ว ในไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ระดับ 0.334 ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำ และต่ำกว่าค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ของทั้งภาคตะวันออก ที่อยู่ที่ 0.396 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนจีนโบราณชากแง้วอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าการกระจายรายได้เฉลี่ยของภาคตะวันออก

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. พัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในชุมชน ทั้งด้านการบริหารจัดการภายในชุมชน รวมถึงทักษะภาษาต่างประเทศ เนื่องจากเริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมเยือนชุมชนตะเคียนเตี้ยเพิ่มมากขึ้น
2. ปรับปรุง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ป้ายบอกทาง เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคต