Click to order
Cart
Total: 
Your Name
Your Email
Your Phone
รายละเอียดข้อความ
โปรดระบุชื่อสินค้าและข้อความที่ต้องการปั๊ม
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง
ปีงบประมาณ 2561 รายไตรมาส
รายงานประเมิน บทวิเคราะห์รายได้ชุมชน และ Data Visualization
ชุมชนบ้านหนองเสือ บ้านดงเย็น และบ้านโคก ในพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง รอบปีงบประมาณ 2561 รายไตรมาส
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 1
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง : ไตรมาสที่ 1
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทอง ไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 10,551 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,549 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนีในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทองอยู่ที่ 0.233 ซึ่งเป็นดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ที่ระดับ 0.5 แสดงถึงการกระจายตัวของรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองอยู่ในระดับดี ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรีในไตรมาส 1 ปี 2561 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดสุพรรณบุรี ไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่ามีรายได้ยู่ที่ 2,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,850 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ +10.32 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวได้ดีทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 10.31 และร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เอื้อดอำนวยต่อการท่องเที่ยว (ปลายฝนต้นหนาว) ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวคึกคักมากขึ้น สะท้อนถึงภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่เกณฑ์ดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวม 10,551 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,549 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 313.92 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองมีจุดเด่นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการแสดงพื้นบ้านของชุมชนบ้านโคก การจำหน่ายสินค้าที่เน้นคุณภาพ เช่นผักปลอดสารพิษ นอกจากนี้ แต่ละชุมชนในพื้นที่เป็นที่ร้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ภาพรวมด้านการท่องเที่ยวภายในพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองคึกคักมากขึ้น ส่งผลต่อรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.233 ปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 0.313 และถือว่าเป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองอยู่ในระดับดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านหนองเสือ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองเสือในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 23,233 บาท/ครัวเรือน สำหรับชุมชนบ้านหนองเสือเป็นชุมชนใหม่ที่ทางทีมผู้วิจัยได้เพิ่มเข้ามาฐานข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2560 ทำให้ขาดฐานข้อมูลรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาส 1 ปี 2560 จึงไม่สามารถนำรายได้ดังกล่าวมาเทียบการเติบโตได้ แต่อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองเสือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการออกบูทขายสินค้า
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านหนองเสือ ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านหนองเสือ ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.396 ซึ่งเป็นค่าดัชนีที่สูงกว่าพื้นที่อื่นๆ อย่างไรก็ดี ถือว่าเป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของชุมชนบ้านหนองเสืออยู่ในระดับดี

» ชุมชนบ้านดงเย็น
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านดงเย็นในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 3,929 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 3,124 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ +25.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนกรุ๊ปทัวร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์ ประกอบกับภายในชุมชนมีการจำหน่ายผักปลอดสารพิษให้นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการรับน้กท่องเที่ยว ทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านดงเย็น ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านดงเย็น ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่าอยู่ที่ระดับ 0.000 แสดงถึงการกระจายรายได้ที่เท่าเทียมกัน เนื่องจากนโยบายของทางชมชุมบ้านดงเย็นที่การแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียมกันทุกคนของสมาชิกทั้งหมด ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนบ้านดงเย็นมีค่าเป็นศูนย์

» ชุมชนบ้านโคก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านโคกไตรมาสที่ 1 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 4,490 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาส 1 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,974 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ +127.11 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากชุมชนบ้านโคกที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากขึ้น ทำให้ชุมชนเป็นที่รู้จักมากขึ้นส่งให้จำนวนกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากในปีนี้ ประกอบกับจุดเด่นของของชุมชนบ้านโคกที่มีการแสดงฟ้อนรำพื้นบ้านที่มีลักษณะเด่นเฉพาะพื้นที่ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว "รำลาวครั่ง" รวมถึงอาหารพื้นบ้านลาวครั่ง ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมจากการทำกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อเนื่องให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านโคก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านโคก ประจำไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.211 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.343 ซึ่งน้อยกว่า ค่า Gini ของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ของชุมชนอยู่ในระดับที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังต่อไปนี้

1. ส่งเสริมกิจกรรมแนะนำการบริหารจัดการของโครงการรถนำเที่ยวของชุมชน ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก อพท. ให้สมาชิกในชุมชนสารถบริหารจัดการทั้งด้านเงินทุนและการบริหารจัดการ หรือหากว่าไม่มีเงินสนับสนุนจาก อทพ. แล้วทางชุมชนควรจัดหาเงินทุนแหล่งใด
2. ส่งเสริมการร่วมกลุ่มของสมาชิกทั้ง 3 ชุมชนในพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองเพื่อระดมความคิดในการส่งเสริมการท่องเที่ยว
3. ส่งเสริมให้มีการจัดฝึกอบรมในอาชีพเสริมแก่สมาชิกในชมรม เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพของสมาชิก และควรให้มีการจัดฝึกอบรมสมาชิกในชุมชนด้านพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าในชุมชน
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 2
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง : ไตรมาสที่ 2
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทอง ไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 22,836 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,797 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนีในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทองอยู่ที่ 0.191 ซึ่งเป็นดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ที่ระดับ 0.5 แสดงถึงการกระจายตัวของรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองอยู่ในระดับดี ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรีในไตรมาส 2 ปี 2561 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการท่องเที่ยว

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดสุพรรณบุรี ไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่ามีรายได้ยู่ที่ 1,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,141 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ +9.29 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวได้ดีทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 9.27 และร้อยละ 11.46 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ ทำให้การท่องเที่ยวของจังหวัดมีความคึกคักมากขึ้น ส่งผลดีต่อภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวม 22,836 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,797 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 239.91 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากแต่ละชุมชนในพื้นที่เป็นที่รู้จักมากขึ้น ทำให้รายได้เสริมของทั้ง 3 ชมชนปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชุมชนบ้านโคกและชุมชนบ้านหนองเสือ รวมถึงชุมชนบ้านดงเย็นส่งผลให้ภาพรวมรายได้เสริมจากท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองปรับเพิ่มต่อเนื่อง

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.191 ปรับลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 0.233 และถือว่าเป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองอยู่ในระดับดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านหนองเสือ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองเสือในไตรมาส 2 ปี 2561 รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 47,000 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวในอัตราเร่งที่ร้อยละ 307.40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองเสือปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมากจากการจำหน่ายสินค้าเป็นหลัก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 สมาชิกของชุมชนมีการออกบูทขายสินค้ามากขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้เสริมของชุมชนให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านหนองเสือ ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านหนองเสือ ประจำไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.231 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 0.396 แสดงถึงการกระจายรายได้ที่ดีขึ้นของชุมชนบ้านหนองเสือ

» ชุมชนบ้านดงเย็น
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านดงเย็นในไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 14,876 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 4,563 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ +226.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนกรุ๊ปทัวร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าภายในชุมชนมากขึ้น โดยเฉพาะผักปลอดสารพิษให้นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้เพิ่มเติมของสมาชิกที่นำสินค้าสินค้ามาจำหน่าย นอกเหนือจากรายได้หลักที่ได้รับในฐานะสมาชิกของชุมชน สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านดงเย็น ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านดงเย็น ประจำไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.000 ซึ่งเป็นค่าดัชนีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากนโยบายของทางชุมชนบ้านดงเย็นในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ มีการแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียมกันทุกคนของสมาชิกทั้งหมด ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนบ้านดงเย็นมีค่าเป็นศูนย์ แสดงถึงการกระจายรายได้ที่เท่าเทียมกัน

» ชุมชนบ้านโคก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านโคกไตรมาสที่ 2 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 6,633 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาส 2 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,292 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ +413.35 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากชุมชนบ้านโคกมีจุดเด่นในดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ จากการแสดงฟ้อนรำพื้นบ้านที่มีลักษณะเด่นเฉพาะพื้นที่ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว "รำลาวครั่ง" รวมถึงอาหารพื้นบ้านลาวครั่ง ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมจากการทำกิจกรรมฟ้อนรำและทำอาหารต้อนรับนักท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อเนื่องให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านโคก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านโคก ประจำไตรมาส 2 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.343 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.304 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนที่แย่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ดี เป็นค่าดีชนีที่น้อยกว่า 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ของชุมชนอยู่ในระดับที่ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังต่อไปนี้

1. ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ด้้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ที่ต่อเนื่อง
2. ส่งเสริมการอบรมให้กับสมาชิกด้านการท่องเที่ยว การต้อนรับ รวมถึงการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของสมาชิก
3. ส่งเสริมให้มีการจัดฝึกอบรมในอาชีพเสริมแก่สมาชิกในชมรม เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพของสมาชิก
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 3
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง : ไตรมาสที่ 3
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทอง ไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 19,032 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 12,226 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนีในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทองอยู่ที่ 0.286 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไก็ตามเป็นดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ที่ระดับ 0.5 แสดงถึงการกระจายตัวของรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองอยู่ในระดับดี ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรีในไตรมาส 3 ปี 2561 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการท่องเที่ยว

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดสุพรรณบุรี ไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่ามีรายได้ยู่ที่ 1,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,141 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ +10.64 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 14.18 และนักท่องเที่ยวชาวไทยมีอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 10.58 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 19,032 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 12,226 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 55.66 โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากชุมชนบ้านดงเย็นและชุมชนบ้านโคกเป็นหลัก ขณะที่รายได้เสริมของชุมชนบ้านหนองเสือปรับตัวลดลงเล็กน้อย

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.286 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 0.191 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ที่แย่ลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ถือว่าเป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองอยู่ในระดับดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านหนองเสือ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองเสือในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 27,333 บาท/ครัวเรือน ปรับลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมอยู่ที่ 28,343 หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -3.56 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ทำรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองเสือปรับตัวลดลงมาจากการจำหน่ายสินค้าได้น้อยลง ซึ่งเป็นรายได้หลักของสมาชิกในชุมชน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีกิจกรรมน้อยทำให้การออกบูทลดลงตามไปด้วย
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านหนองเสือ ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านหนองเสือ ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.462 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 0.231 แสดงถึงการกระจายรายได้ที่แย่ลงของชุมชนบ้านหนองเสือ

» ชุมชนบ้านดงเย็น
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านดงเย็นในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 20,779 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 5,621 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ +269.67 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ทางชุมชนรับจำนวนกรุ๊ปทัวร์เพิ่มขึ้น ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยว ประกอบกับการจำหน่ายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยว ทำให้รายได้เสริมของชุมชนบ้านดงเย็นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านดงเย็น ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านดงเย็น ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.165 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากทางชุมชนได้ยกเลิกนโยบายการแบ่งรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียมกันทุกคนของสมาชิกทั้งหมด ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนบ้านดงเย็นมีการเปลี่ยนแปลงในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ดี เป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลาง 0.5 และน้อยกว่าค่าดัชนีของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง สะท้อนถึงการกระจายรายได้อยู่ในระดับดี

» ชุมชนบ้านโคก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านโคกไตรมาสที่ 3 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 8,983 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,715 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ +230.90 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทำให้สมาชิกของชนชุมมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการทำกิจกรรมต้อนรับกรุ๊ปทัวร์ ส่งผลดีต่อเนื่องให้รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านโคก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านโคก ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.232 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.343 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนที่ดีขึ้นมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังต่อไปนี้

1. ประชามสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างต่อเนืื่อง
2. ส่งเสริมการอบรมให้กับสมาชิกด้านการท่องเที่ยว การต้อนรับ รวมถึงการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของสมาชิก
3. ส่งเสริมการสร้างเอกลักษณ์และการสร้างแบรนด์สินค้าให้กับสมาชิกในชุมชน เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้า และเพื่อสินค้าของเมืองอู่ทองเป็นที่รู้จักมากขึ้น
บทวิเคราะห์ไตรมาสที่ 4
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง : ไตรมาสที่ 4
รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทอง ไตรมาส 4 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 23,193 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 21,895 บาทต่อครัวเรือน สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนีในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทองอยู่ที่ 0.334 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรีในไตรมาส 4 ปี 2561 ตัวเลขเบื้องต้นพบว่ายังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว
รายได้จากจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดสุพรรณบุรี ไตรมาส 4 ปี 2561 พบว่ามีรายได้ยู่ที่ 990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 908 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ +9.23 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวได้ดีทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 9.17 และร้อยละ 14.61 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ไตรมาส 4 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวม 23,193 บาทต่อครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 21,895 บาทต่อครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 5.93 โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้ชุมชนบ้านโคกและชุมชนบ้านดงเย็นเป็นสำคัญ โดยเฉพาะรายไเสริมของชุมชนบ้านโคกที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่รายได้เสริมของชุมชนบ้านหนองเสือปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ (GINI index)
พื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ประจำไตรมาส 4 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.334 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 0.286 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ที่แย่ลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ถือว่าเป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลางที่อยู่ระดับ 0.5 แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในภาพรวมของพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทองอยู่ในระดับดี

วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
» ชุมชนบ้านหนองเสือ
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองเสือในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 39,375 บาท/ครัวเรือน ปรับลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมอยู่ที่ 52,512 หรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -25.02 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ทำรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านหนองเสือปรับตัวลดลงมาจากการจำหน่ายสินค้าได้น้อยลง ซึ่งเป็นรายได้หลักของสมาชิกในชุมชน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีกิจกรรมน้อยทำให้การออกบูทของสมาชิกในชุมชนลดลงตามไปด้วย
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านหนองเสือ ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านหนองเสือ ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.383 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 0.462 แสดงถึงการกระจายรายได้ที่ดีขึ้นของชุมชนบ้านหนองเสือเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

» ชุมชนบ้านดงเย็น
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านดงเย็นในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 18,936 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2560 ที่มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 10,519 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ +80.00 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราการเติบโตของรายได้ชะลอลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากทางชุมชนปิดปรับพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถรับจำนวนกรุ๊ปทัวร์ได้เต็มที่ ทำให้ขาดรายได้บางส่วนไป อย่างไรก็ดี หากพิจารณาเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า สมาชิกมีรายได้ดีกว่า
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านดงเย็น ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านดงเย็น ประจำไตรมาส 4 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.250 ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 0.165 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ที่แย่ลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ดี เป็นค่าดัชนีที่น้อยกว่าค่ากลาง 0.5

» ชุมชนบ้านโคก
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน

รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านโคกไตรมาสที่ 4 ปี 2561 พบว่า รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 11,268 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,654 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่ร้อยละ +324.51 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทำให้สมาชิกของชนชุมมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมต้อนรับกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งกิจกรรมหลักยังเป็นการฟ้อนรำลาวครั่งและการทำอาหารพื้นบ้านซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านโคก
• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ชุมชนบ้านโคก ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนชุมชนบ้านโคก ประจำไตรมาส 4 ปี 2561 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.369 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.232 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนที่แย่ลงมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายดังต่อไปนี้

1. ส่งเสริมกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง
2. ส่งเสริมการอบรมให้กับสมาชิกด้านการท่องเที่ยว การต้อนรับ รวมถึงการเป็นวิทยากรบรรยายต่าง ๆ
3. ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรในชุมชน ส่งเสริมการสร้างเอกลักษณ์และการผลิตสินค้าในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย