Click to order
Cart
Total: 
Your Name
Your Email
Your Phone
รายละเอียดข้อความ
โปรดระบุชื่อสินค้าและข้อความที่ต้องการปั๊ม
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
ปีงบประมาณ 2562
รายงานประเมิน บทวิเคราะห์รายได้ชุมชน และ Data Visualization
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า รอบปีงบประมาณ 2562
บทวิเคราะห์รายเดือน ม.ค. - มี.ค. 2562 และรอบ 6 เดือน
มกราคม 2562
กุมภาพันธ์ 2562
มีนาคม 2562
รอบ 6 เดือน
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน มกราคม 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนมกราคม 2562 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 5.19 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนมกราคม 2562 เฉลี่ยที่ 6,479 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.230 สะท้อนการกระจายรายได้ของชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนมกราคม 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 333 ล้านบาท หรือขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 5.19 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติหรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 5.16 และร้อยละ 6.14 ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมกราคม 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6,479 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5,107 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 26.86 ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนมาจากช่วงปลายเดือนมกราคม 2562 ผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้ออกงานแสดงสินค้าในงาน"เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 39" Thailand Tourism Festival 2019 ระหว่างวันที่ 23-27 มกราคม 2562 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้ยอดจำหน่ายและยอดคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้รายได้เสริมของชุมชนปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมกราคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.230 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.225 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในชุมชนที่แย่ลงเล็กน้อย นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการ กระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน กุมภาพันธ์ 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.20 เป็นการขยายตัวได้ดีทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สอดคล้องกับรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนแบรด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เฉลี่ยที่ 6,683 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.215 สะท้อนการกระจายรายได้ของชุมชนแบรด์น่านเน้อเจ้าที่ดีขึ้น

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 282.6 ล้านบาท หรือขยายตัวที่ร้อยละ 4.20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ร้อยละ 4.17 และ 4.62 ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6,683 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4,825 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 38.50 ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์จากคำสั่งซื้อของเดือนก่อนและปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมการใส่ผ้าไทยของภาครัฐส่งผลให้ผู้บริโภคสนใจสวมใส่ผ้าไทยมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอของไทยเพื่อสืบทอดมรดกภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยทำให้มียอดคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการฝากจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้อทอของแบรนด์ "น่าน เน้อเจ้า" ในร้านริสาสินี ซึ่งใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดน่านและนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของชุมชนได้มากขึ้นซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน ทำให้รายได้ของชุมชนปรับตัวดีขึ้น

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.215 มีอัตราลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.230 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในชุมชนที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน มีนาคม 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนมีนาคม 2562 หดตัวลงเล็กน้อยที่ร้อยละ -1.05 ซึ่งเป็นการลดลงทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ สวนทางกับการเพิ่มขึ้นของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนแบรด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนมีนาคม 2562 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เฉลี่ยที่ 6,732 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.269 สะท้อนการกระจายรายได้ของชุมชนแบรด์น่านเน้อเจ้าที่แย่ลง

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนมีนาคม 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 262.3 ล้านบาท หรือหดตัวที่ร้อยละ -1.05 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการหดตัวทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติหรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -1.12 และร้อยละ 0.89 ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ชะลอลง ซึ่งเกิดจากสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่เกิดขึ้นในภาคเหนือซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่เนื่องจากสนามบินรวมถึงเที่ยวบินได้รับผลกระทบ ซึ่งส่งผลกระทบด้านรายได้ของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมีนาคม 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6,732 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5,640 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 19.36 ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์จากคำสั่งซื้อของเดือนก่อนหน้าและปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมการใส่ผ้าไทยของภาครัฐซึ่งส่งผลดีต่อเนื่องทำให้ผู้บริโภคทั่วไปให้ความสนใจสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอของไทยซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้มียอดคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมีนาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.269 มีอัตราเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.215 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในชุมชนที่แย่ลง นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ราย 6 เดือน 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านเบื้องต้น ในช่วง 6 เดือนเเรกปีงบประมาณ 2562 ขยายตัวร้อยละ 5.62 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า รวมอยู่ที่ 38,638 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 45.72 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า อยู่ที่ระดับ 0.239

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยงจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่านเบื้องต้น ในช่วง 6 เดือนเเรกปี 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) พบว่าอยู่ที่ 1,504.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 5.62 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 5.56 และร้อยละ 6.83 ตามลำดับ เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรมล้านนามากขึ้น รวมถึงในช่วงเดือนปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงฤดูหนาวที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวภาคเหนือ ประกอบกับทางจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรมและเรียนรู้คุณค่าการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ในช่วง 6 เเรกปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 38,638 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนเเรกปีงบประมาณ 2561 ที่อยู่ที่ 29,837 บาท/ครัวเรือน หรือขยายตัวที่ร้อยละ 45.72 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการส่งเสริมการใส่ผ้าไทยของภาครัฐซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคสนใจสวมใส่ผ้าไทยมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้มียอดคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการฝากขายผลิตภัณฑ์ผ้อทอของแบรนด์ "น่าน เน้อเจ้า" ในร้านริสาสินี และการออกบูทงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ระหว่างวันที่ 23-27 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้รายได้ของชุมชนเพิ่มขึ้น

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ในช่วง 6 เดือนเเรกปี 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.239 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในพื้นที่ดี นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดีทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
บทวิเคราะห์รายเดือน เม.ย. - มิ.ย. 2562
เมษายน 2562
พฤษภาคม 2562
มิถุนายน 2562
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน เมษายน 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนเมษายน 2562 ลดลงที่ร้อยละ -1.12 นับเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยเป็นการลดลงทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ อย่างไรก็ดี รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนเมษายน 2562 เฉลี่ยที่ 6,843 บาทต่อครัวเรือนปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ระดับ 0.257 สะท้อนการกระจายรายได้ของชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้าที่ดีขึ้น

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนเมษายน 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 275.6 ล้านบาท หรือหดตัวที่ร้อยละ -1.12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการหดตัวเล็กน้อยทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติหรือคิดเป็นการหดตัวที่ร้อยละ -1.11 และร้อยละ -1.68 ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่เกิดขึ้นในภาคเหนือซึ่งส่งผล กระทบอย่างมากต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวซึ่งกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่และกระทบโดยตรงต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนเมษายน 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6,843 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6,637 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวร้อยละ 3.11 ขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์จากยอดคำสั่งซื้อของเดือนก่อนหน้าและมาตรการส่งเสริมการใส่ผ้าไทยของภาครัฐซึ่งส่งผลดีต่อเนื่องทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสนใจสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวันมากขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการผ้าไทยและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอของไทยให้มียอดคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนเมษายน 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.257 มีอัตราลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.269 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในชุมชนที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน พฤษภาคม 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนพฤษภาคม 2562 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 5.06 เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากสถานการณ์ด้านฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในภาคเหนือคลี่คลายลง และเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ รายได้เสริมของชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนพฤษภาคม 2562 เฉลี่ยที่ 7,182 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.255 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนพฤษภาคม 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 267.9 ล้านบาท หรือขยายตัวที่ร้อยละ 5.06 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติหรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 5.05 และร้อยละ 5.31 ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่กลับมาขยายตัวอีกครั้งหลังจากสถานการณ์ด้านฝุ่นละอองและปัญหาหมอกควันในภาคเหนือคลี่คลายลง

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 7,182 บาท/ครัวเรือน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7,163 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 0.26 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยบวกมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นหลังจากสถานการณ์ด้านผุ่นละอองและหมอกควันในภาคเหนือคลี่คลายลงซึ่งผลดีต่อยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.255 มีอัตราลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.257 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในพื้นดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดีทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน มิถุนายน 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนมิถุนายน 2562 ขยายตัวร้อยละ 3.65 โดยเป็นการขยายตัวทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ รายได้เสริมของชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนมิถุนายน 2562 เฉลี่ยที่ 7,896 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.265 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนมิถุนายน 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 242.1 ล้านบาท หรือขยายตัวที่ร้อยละ 3.65 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติหรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 3.67 และร้อยละ 2.82 ตามลำดับ ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางท่องเที่ยว

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนมิถุนายน 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7,896 บาท/ครัวเรือน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7,649 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 3.22 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งได้เป็นผลมาจากการส่งมอบสินค้าที่มียอดสั่งซื้อในเดือนก่อนหน้าเป็นสำคัญและการออกบูทงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 51 ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 27-30 มิถุนายน 2562

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนมิถุนายน 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.265 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยที่อยู่ที่ระดับ 0.255 อย่างไรก็ดี ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดีทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
บทวิเคราะห์รายเดือน ก.ค. - ก.ย. 2562
กรกฎาคม 2562
สิงหาคม 2562
กันยายน 2562
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน กรกฎาคม 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านในเดือนกรกฎาคม 2562 กลับมาหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.01 รายได้เสริมของชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนกรกฎาคม 2562 เฉลี่ยที่ 7,502 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.208 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนกรกฎาคม 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 149.3 ล้านบาท หรือหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการหดตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ร้อยละ 1.75 อย่างไรก็ดี รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงขยายตัวที่ร้อยละ 0.04 สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเริ่มชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางท่องเที่ยว

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกรกฎาคม 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 7,502 บาท/ครัวเรือน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7,804 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการหดตัวร้อยละ 3.9 ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ประกอบกับคำสั่งซื้อสินค้าที่ลดลง เนื่องจากยังไม่ถึงช่วงเทศกาล

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกรกฎาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.208 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.265 นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดีทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน สิงหาคม 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านเบื้องต้นในเดือนสิงหาคม 2562 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2.70 เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นจากรายได้นักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นหลัก รายได้เสริมของชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนสิงหาคม 2562 เฉลี่ยที่ 7,459 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.197 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนสิงหาคม 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 139.70 ล้านบาท หรือขยายตัวที่ร้อยละ 2.70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวจากรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 2.70 ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวที่ร้อยละ -1.37 สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่กลับมาขยายตัวอีกครั้งหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมเริ่มคลี่คลายลง

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนสิงหาคม 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7,459 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5,969 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 25 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยบวกมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพิ่มขึ้น

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนสิงหาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.197 มีอัตราลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.208 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในพื้นปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดีทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า พื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน รายเดือน กันยายน 2562
» ชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านเบื้องต้นในเดือนกันยายน 2562 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2.99 และเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ รายได้เสริมของชุมชนแบรนด์น่านเน้อเจ้า ประจำเดือนกันยายน 2562 เฉลี่ยที่ 8,575 บาทต่อครัวเรือน และค่าสัมประสิทธิ์จีนี อยู่ที่ 0.178 สะท้อนการกระจายรายได้ของพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่านยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนของจังหวัดน่าน ประจำเดือนกันยายน 2562 ตัวเลขเบื้องต้น พบว่า อยู่ที่ 141.80 ล้านบาท หรือขยายตัวที่ร้อยละ 2.99 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวทั้งรายได้จากการเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติหรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละะ 3.01และ 2.16 ตามลำดับ สะท้อนภาคการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ยังขยายตัวได้

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมประจำเดือนกันยายน 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8,575 บาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2561 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6,080บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นการขยายตัวที่ร้อยละ 41 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยบวกมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพิ่มขึ้น

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี หรือ Gini coefficient ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือน ประจำเดือนกันยายน 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.178 มีอัตราลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.197 สะท้อนทิศทางการกระจายรายได้ภายในพื้นปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าสัมประสิทธิ์จีนียังคงเป็นระดับที่น้อยกว่าค่ากลางที่ระดับ 0.500 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. ชุมชนบ้านเชียงราย ต้องการให้ อพท. ส่งเสริมการทอผ้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทอผ้า จัดอบรมการออกแบบลายผ้าใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยควบคู่กับความมีอัตลักษณ์ของชุมชน และการจูงใจให้เยาวชนในชุมชนหันมาให้ความสำคัญและสนใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มากขึ้นเพื่อทดแทนแรงงานรุ่นปัจจุบัน รวมไปถึงการอุดหนุนเงินทุนหรือสินเชื่อในการจัดหาวัถุดิบและอุปกรณ์จำเป็นให้กับชุมชนฯ

2. ชุมชนบ้านซาวหลวง ประสบปัญหาด้านการตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์ยังไม่มีความหลากหลาย ประกอบกับชุมชนอยู่ไกลแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของสินค้า และปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือในการตัดเย็บและการออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงเห็นควรส่งเสริมและจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้มีความทันสมัย และมีอัตลักษณ์ที่ยากต่อการลอกเลียนแบบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน

3. ชุมชนบ้านนาปงพัฒนา ประสบปัญหาด้านเงินทุนในการสร้างโรงเรือนและจัดหาวัตถุดิบในการทอผ้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กยังขาดการบริหารจัดการที่ดีทั้งด้านการตลาดและการบริหารจัดการในชุมชน จึงเห็นควรให้มีการจัดหาเงินทุนหรือแหล่งสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนฯ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมด้านการตลาดและการฝึกอบรมด้านทักษะฝีมือด้านการออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น