Click to order
Cart
Total: 
Your Name
Your Email
Your Phone
รายละเอียดข้อความ
โปรดระบุชื่อสินค้าและข้อความที่ต้องการปั๊ม
ชุมชนกกสะทอน
ปีงบประมาณ 2562
รายงานประเมิน บทวิเคราะห์รายได้ชุมชน และ Data Visualization
ชุมชนกกสะทอน รอบปีงบประมาณ 2562
บทวิเคราะห์รายเดือน ม.ค. - มี.ค. 2562 และรอบ 6 เดือน
มกราคม 2562
กุมภาพันธ์ 2562
มีนาคม 2562
รอบ 6 เดือน
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน มกราคม 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนมกราคม 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 7.81 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ 4,340 บาทต่อครัวเรือน หดตัวลงร้อยละ -40.72 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ระดับ 0.305 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.291

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนมกราคม 2562 พบว่า อยู่ที่ 482 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 7.81 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ร้อยละ 7.85 และ 6.12 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนเเรกปี 2562 ขยายตัวดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน เนื่องจากจังหวัดเลยมีจำนวนแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีความหลากหลาย และน่าสนใจดึงดูดใจนักท่องเที่ยว

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนมกราคม 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,340 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในเดือนมกราคม 2561 ที่อยู่ที่ 7,321 บาท/ครัวเรือน คิดเป็นการหดตัวลงร้อยละ -40.72 เนื่องมาจากอุณหภูมิในจังหวัดเลยที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2561 ส่งผลให้อากาศค่อนข้างร้อนและมีฤดูหนาวที่สั้นลง รวมถึงการที่อากาศร้อนทำให้ดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) บานน้อยลง และได้ส่งผลต่อเนื่องให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในชุมชนกกสะทอนตั้งแต่เดือนธ.ค. 61 – เดือนม.ค. 62 ลดน้อยลง ประกอบกับจากการที่จุดขึ้นภูลมโลด้านเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามีความได้เปรียบมากกว่าการขึ้นจากทางชุมชนกกสะทอน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักนิยมการขึ้นไปเที่ยวชมความสวยงามของเขตอุทยานฯ ขณะเดียวกันก็ได้ชื่นชมความสวยงามของดอกพญาเสือโคร่งไปด้วยพร้อม ๆ กัน ซึ่งแตกต่างจากการขึ้นไปภูลมโลจากทางกกสะทอนที่มักจะไปเที่ยวชมดอกไม้ดังกล่าวเพียงอย่างเดียว ดังนั้นทางชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอนจึงได้ร่วมปรึกษากันภายในชมรมฯ เพื่อวางแผนการกำหนดกิจกรรมเพิ่มเติม เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถมาท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอนได้ตลอดทั้งปี เช่น การสาธิตการทำเครื่องดื่มที่มากคุณประโยชน์จากสมุนไพรขิง เป็นต้น

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในเดือนมกราคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.305 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.291 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอนที่เเย่ลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในค่าเกณฑ์กลางที่ไม่เกิน 0.500 สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่มีไม่มากอย่างมีนัยสำคัญ

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.เพิ่มการบริหารจัดการภายในชุมชน อาทิ การประชุมร่วมกันในชุมชนเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ด้านการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยปรึกษากัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
2.ส่งเสริมอบรมทักษะอาชีพเบื้องต้นให้แก่ชุมชน เช่น การทำผลิตภัณฑ์ชุมชนจากวัถตุดิบในชุมชน (ขิง ข้าวโพด ข้าวไร่) เพื่อเป็นรายได้แก่ชุมชนที่ยั่งยืนต่อไป
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน กุมภาพันธ์ 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 7.01 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอนอยู่ที่ 2,615 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 39.62 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอนอยู่ที่ระดับ 0.321 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.305

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่า อยู่ที่ 404 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 7.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย ที่ร้อยละ 7.61 และ 7.01 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ขยายตัวดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกันตั้งแต่เดือนต.ค. 61 เนื่องจากจังหวัดเลยมีจำนวนแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากและมีความสวยงามทางธรรมชาติ รวมถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่มีความน่าสนใจ

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,615 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1,873 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวที่ร้อยละ 39.62 เนื่องมาจากยังเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวชมดอกซากุระเมืองไทยที่จะหมดลงภายในสิ้นเดือนก.พ. 62 นี้ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้หลักจากการขายพืชผลการเกษตรและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุมชน ทั้งนี้ แม้ว่าการท่องเที่ยวชุมชนที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาลดน้อยลงก็ตาม แต่ชุมชนยังคงมีรายได้จากการขายพืชผลและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุมชน อาทิเช่น ขิง ข้าวโพด ข้าวไร่ สับปะรด และแก้วมังกร ที่ได้ผลผลิตจำนวนมากจากอากาศที่ร้อนขึ้นและมีราคาดี สะท้อนว่าชุมชนมีความแข็งแกร่งมากขึ้นจากการมีรายได้เสริมในหลายๆ ช่องทาง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.321 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.305 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอนที่เเย่ลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในค่าเกณฑ์กลางที่ไม่เกิน 0.500 สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่มีไม่มากอย่างมีนัยสำคัญ

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.การส่งเสริมการกำหนดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนฯ เพิ่มขึ้นอย่างบรูณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (กิจกรรมการปลูกขิงและข้าวไร่) เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น
2.ปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การปรับปรุงพื้นผิวถนน รวมถึงเพิ่มป้ายบอกทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปในพื้นที่สะดวกมากขึ้น
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน มีนาคม 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนมีนาคม 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 4.04 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ 1,545 บาทต่อครัวเรือน หดตัวลงที่ร้อยละ -24.15 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ระดับ 0.316 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.321

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนมีนาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ 363 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 4.04 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ร้อยละ 5.13 และ 4.02 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนมีนาคม 2562 ขยายตัวดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน เนื่องจากจังหวัดเลยมีจำนวนแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีความน่าสนใจดึงดูดใจนักท่องเที่ยว

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนมีนาคม 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,545 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวลดลงจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 2,038 บาท/ครัวเรือน โดยหดตัวลงร้อยละ -24.15 เนื่องจากหมดฤดูกาลการท่องเที่ยวชมดอกซากุระเมืองไทย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาลดลง และทางชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอนได้ร่วมปรึกษากันภายในชมรม เพื่อวางแผนการกำหนดกิจกรรมเพิ่มเติม เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถมาท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอนได้ตลอดทั้งปี

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในเดือนมีนาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.316 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.321 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอนที่ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.เพิ่มการบริหารจัดการภายในชุมชนด้านการบริการต้อนรับนักท่องเที่ยว การเป็นมัคคุเทศน้อยให้กับเด็กๆ ในชุมชนเพื่อสร้างสำนึกรักพื้นที่ให้กับเยาวชนรุ่นต่อๆไป ตลอดจนด้านการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวภูลมโลอย่างต่อเนื่อง
2.ให้การส่งเสริมอบรมแก่ชุมชนฯ ที่สนใจในการสร้างงานวิสาหกิจชุมชนภายในหมู่บ้านจากวัตถุดิบที่มีในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
3.ส่งเสริมการกำหนดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีการบูรณาการร่วมกันของภาครัฐ เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย ราย 6 เดือน 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในช่วง 6 เดือนเเรกปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) ขยายตัวที่ร้อยละ 8.59 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอนรวมอยู่ที่ 35,843 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวที่ร้อยละ 30.12 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอนอยู่ที่ระดับ 0.310

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยงจังหวัด
รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยในช่วง 6 เดือนเเรกปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) พบว่า อยู่ที่ 2,773 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 8.59 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (ตุลาคม 2560 - มีนาคม 2561) จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ร้อยละ 9.54 และ 8.57 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในช่วง 6 เดือนเเรกปีงบประมาณ 2562 ขยายตัวดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยจากการที่จังหวัดเลยมีจำนวนแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีความหลากหลายพื้นที่ทั้งด้านความสวยทางธรรมชาติและด้านวัฒนธรรมที่มีความน่าสนใจดึงดูดใจนักท่องเที่ยว

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอนในช่วง 6 เเรกปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 35,843 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในช่วง 6 เดือนเเรกของปีงบประมาณ 2561 ที่อยู่ที่ 27,547 บาท/ครัวเรือน โดยเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 30.12 เนื่องมาจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนกกสะทอน และส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการมาท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ขณะเดียวกันจังหวัดเลยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายในเชิงภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว แม้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2562 ถึงเดือนมีนาคม 2562 ภูมิอากาศในจังหวัดเลยได้เริ่มร้อนขึ้น และส่งผลให้ดอกนางพญาเสือโคร่งบานน้อยลง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในช่วง 6 เดือนเเรกปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 - มีนาคม 2562) พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.310 ซึ่งยังคงอยู่ในค่าเกณฑ์กลางที่ไม่เกิน 0.500 สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่มีไม่มาก

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.ปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น พื้นผิวถนน และการเพิ่มป้ายบอกทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
2.เพิ่มการบริหารจัดการภายในชุมชนด้านการบริการต้อนรับนักท่องเที่ยว การเป็นมัคคุเทศน้อย ตลอดจนด้านการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวภูลมโลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอบรมทักษะอาชีพเบื้องต้นให้แก่ชุมชน
3.การส่งเสริมการกำหนดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนฯ เพิ่มขึ้นอย่างบรูณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (กิจกรรมการปลูกขิงและข้าวไร่) เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น
4.การสนับสนุนการจ้างงานแรงงานในพื้นที่ชุมชนกกสะทอน เพื่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนภายในพื้นที่ด้วยการจ้างแรงงานปรับปรุงผิวถนน การปรับปรุงซ่อมแซมสีและดูแลอาคารที่ชำรุดให้พร้อมใช้งาน ตลอดจนการตบแต่งกิ่งไม้ที่รกรุงรัง ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามในช่วงฤดูฝนนี้ อีกทั้งเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูกาลถัดไป


» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ในปีงบประมาณ 2562 รวมอยู่ที่ 35,843 บาทต่อครัวเรือนต่อปี สำหรับค่าสัมประสิทธิ์จีนีในภาพรวมของชุมชนกกสะทอน เฉลี่ยอยู่ที่ 0.370 ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางที่ 0.500 สะท้อนถึงชุมชนกกสะทอนมีการกระจายตัวของรายได้ที่ดี

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยงจังหวัด
• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำปีงบประมาณ 2562 พบว่า รายได้เฉลี่ยรวมต่อครัวเรือนอยู่ที่ 35,843 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยว ในปีงบประมาณ 2561 เฉลี่ยอยู่ที่ 27,547 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 30.12 ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก 1) อากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมีผลผลิตมากขึ้น และ 2) ชุมชนกกสะทอนร่วมกับ อพท. 5 ได้มีการประชุมเพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและจูงใจนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และ 3) การทำการตลาดที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างพื้นที่มากขึ้น อาทิ การจัดคณะศึกษาดูงานที่ลงพื้นที่ในแต่ละพื้นที่ เป็นต้น อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณารายละเอียดทั้งปีงบประมาณ 2562 พบว่ารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอนในช่วงต้นปีงบประมาณ 2562 มีการหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่มีการเติบโตเป็นค่าบวกเพียงเดือนเดียวแม้ว่าจะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว เนื่องมาจาก 1) อุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้อากาศร้อนและต้นดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) บานน้อยลงและไม่สวย ตลอดช่วงระยะเวลาการบานก็สั้นขึ้น อีกทั้ง 2) จุดขึ้นชมดอกไม้จากจุดทางกกสะทอนนั้น นักท่องเที่ยวมักเลือกที่จะขึ้นชมความงามของดอกไม้จากจุดขึ้นจากทางภูหินร่องกล้ามากกว่า เพราะมีจุดท่องเที่ยวมากกว่าการมีกิจกรรมการขึ้นภูมโลเพื่อชื่นชมดอกไม้เพียงอย่างเดียวจากทางกกสะทอน ขณะที่การขยายตัวของรายได้เสริมยังคงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 เป็นต้นไป ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก 1) ปัจจัยฐานในการคำนวณของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนในช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2561 ไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเที่ยบ และ 2) หลังจากเดือนมีนาคม 2562 อากาศที่ร้อนขึ้น ได้ส่งผลดีต่อผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มผลิตผลได้มากขึ้น และได้ส่งผลให้ฐานรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนเพิ่มขึ้นจากการขายพืชผลทางการเกษตร และ 3) ในช่วงเดือนมีนาคม ปีงบประมาณ 2562 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่รวมทั้งเลยด้วย ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมทำให้มีฝนตกชุกหนาแน่นเป็นพายุฤดูร้อน โดยได้ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
จากการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์จีนี (Gini coefficient)(สปส.จีนี) ของรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ประจำปีงบประมาณ 2562 พบว่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 0.370 ปรับเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2561 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 0.402 และยังคงต่ำกว่าค่ากลางที่ 0.500 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าค่าสปส.จีนีระหว่างชุมชนกกสะทอน (เส้นสีเขียว) บางช่วงจะมีค่าสูงกว่าค่าสปส.จีนีของพื้นที่พิเศษเลยและพื้นที่เชื่อมโยง (เส้นสีแดง) บ้างก็ตาม ทั้งนี้ หากพิจารณาเทียบกับค่าสปส.จีนีระหว่างชุมชนกกสะทอน และพื้นที่พิเศษเลยและพื้นที่เชื่อมโยงแล้ว พบว่า ตลอดทั้งปีค่าสปส.จีนีของชุมชนกกสะทอน จะต่ำกว่าของค่าสัมประสิทธิ์จีนีของพื้นที่พิเศษเลยและพื้นที่เชื่อมโยง โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนเมษายน 2562 ที่ค่า สปส.จีนีของกกสะทอนมีค่าต่ำกว่าสปส.จีนีของพท.พิเศษเลยฯ แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของรายได้ในชุมชนกกสะทอนยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีค่าต่ำกว่าค่าเกณฑ์กลาง 0.500

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
  1. เน้นการบริหารจัดการภายในชุมชน เช่น พ่อค้า แม่ค้า พนักงานผู้ขับขี่รถกระบะนำเที่ยว และชาวบ้านที่อยู่อาศัยภายในชุมชน รวมถึงสมาชิกในชมรมการท่องเที่ยวของชุมชนกกสะทอน ในด้านต่างๆเพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
  2. ปรับปรุง พัฒนา และการปลูกต้นดอกนางพญาเสือโคร่งเสริมทดแทน เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าเที่ยวในพื้นที่ เพื่อรักษาภูมิทัศน์ด้านการท่องเที่ยวของชุมชนอย่างยั่งยืน
  3. การปรับเพิ่มกิจกรรมให้มากขึ้นและมีความน่าสนใจ อาทิเช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (เช่น กิจกรรมการปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด แก้วมังกร และขิง) ซึ่งจะส่งผลดีจากการที่นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมกับชาวบ้านในกิจกรรมต่าง ๆ
บทวิเคราะห์รายเดือน เม.ย. - มิ.ย. 2562
เมษายน 2562
พฤษภาคม 2562
มิถุนายน 2562
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน เมษายน 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนเมษายน 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 9.01 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ 1,500 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 27.50 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ระดับ 0.323 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.316

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนเมษายน 2562 พบว่า อยู่ที่ 366 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวที่ร้อยละ 9.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ร้อยละ 9.05 และ 7.61 โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนเมษายน 2562 ขยายตัวดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน เนื่องจากจังหวัดเลยมีจำนวนแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีความน่าสนใจดึงดูดใจนักท่องเที่ยว เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในอำเภอด่านซ้าย การเตรียมงานเทศกาลไหว้พระธาตุศรีสองรัก เป็นต้น

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนเมษายน 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,500 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1,176 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 27.50 เนื่องมาจากการขายพืชผลและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุมชน ทั้งนี้ แม้ว่าการท่องเที่ยวชุมชนที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาลดน้อยลงก็ตาม ชุมชนยังคงมีรายได้จากการขายพืชผลและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุมชน อาทิเช่น ขิง ข้าวโพด ข้าวไร่ สับปะรด และแก้วมังกร ที่ได้ผลผลิตจำนวนมากจากอากาศที่ร้อนขึ้นและมีราคาดี สะท้อนว่าชุมชนมีความแข็งแกร่งมากขึ้นจากการมีรายได้เสริมในหลาย ๆ ช่องทาง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในเดือนเมษายน 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.323 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.316 สะท้อนถึงการกระจายรายได้ของชุมชนกกสะทอนที่แย่ลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงมีค่าดัชนีที่ต่ำกว่าค่ากลางคือ 0.500 สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นไม่มากนัก

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.ส่งเสริมให้ชุมชนฯ มีรายได้หลาย ๆ ช่องทาง
2.การส่งเสริมการกำหนดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน ฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน พฤษภาคม 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนพฤษภาคม 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 5.57 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ 1,400 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 57.50 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ระดับ 0.386 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.323

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ 332 ล้านบาท หากคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 5.57 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ร้อยละ 5.80 และ 5.56 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนพฤษภาคม 2562 ขยายตัวดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน เนื่องจากจังหวัดเลยมีจำนวนแหล่งท่องเที่ยวและมีความหลากหลายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อพท.พื้นที่ 5 ที่ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนพฤษภาคม 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 1,400 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวในช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 889 บาท/ครัวเรือน ขยายตัวที่ร้อยละ 57.50 จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องมาจากการขายพืชผลและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุมชนที่มีราคาดี ส่งผลให้ชุมชนมีรายได้เสริมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน ได้มีการวางแผนร่วมกันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกกสะทอนได้ตลอดทั้งปีให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ด้วยการสร้างวิถีการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในการกำหนดกิจกรรมสอดคล้องกับพื้นที่กกสะทอนรวมถึงให้มีความหลากหลาย เช่น การทำขิงผง การปลูกขิง และข้าวไร่ ตลอดจนการมีกิจกรรมศึกษาดูงานต่างๆ ในชุมชนกกสะทอน

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.386 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.323 สะท้อนการกระจายรายได้ที่มีความเหลื่อมล้ำ แต่ทั้งนี้ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่อยู่ในค่ากลาง (<0.500) บ่งชี้ความเหลื่อมล้ำของพื้นที่ยังคงมีไม่มากนัก

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.เพิ่มการบริหารจัดการภายในชุมชนด้านการบริการต้อนรับนักท่องเที่ยว การเป็นมัคคุเทศน้อย ตลอดจนด้านการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวภูลมโลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอบรมทักษะอาชีพเบื้องต้นให้แก่ชุมชน
2.การส่งเสริมการกำหนดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนอย่างบรูณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
3.การสนับสนุนการจ้างงานแรงงานในพื้นที่ชุมชนกกสะทอน เพื่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนภายในพื้นที่ด้วยการจ้างแรงงานปรับปรุงผิวถนน การปรับปรุงซ่อมแซมสีและดูแลอาคารที่ชำรุดให้พร้อมใช้งาน ตลอดจนการตบแต่งกิ่งไม้ที่รกรุงรัง ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามในช่วงฤดูฝนนี้ อีกทั้งเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูกาลถัดไป
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน มิถุนายน 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนมิถุนายน 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 3.28 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอน เฉลี่ยอยู่ที่ 2,469 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 236.65 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ระดับ 0.384 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.386

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนมิถุนายน 2562 พบว่า อยู่ที่ 350 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.28 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทยที่ร้อยละ 5.84 และ 3.22 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนมิถุนายน 2562 ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากการขยายเวลามาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง จากที่มาตรการนี้ได้สิ้นสุดเมื่อเดือน ธ.ค. 2561 ของรัฐบาล (โดยเริ่มมีผลตั้งแต่เดือน 30 เม.ย.- 30 มิ.ย. 2562)

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนมิถุนายน 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,469 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 236.65 จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ที่มีรายได้เสริมเฉลี่ยอยู่ที่ 733 บาท/ครัวเรือน โดยมีรายได้จากการขายพืชผลและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุมชนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชุมชนมีรายได้เสริมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ที่เกิดจากการบริการท่องเที่ยวโดยตรง เช่น รถนำเที่ยวขึ้นภูลมโลลดลงเพราะไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวในฤดูหนาวที่จะขึ้นชมดอกต้นนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) บนภูลมโล จึงทำให้รายได้เสริมจากรถบริการนำเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักจากการขึ้นไปเที่ยวบนภูลมโลลดลง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในเดือนมิถุนายน 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.384 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.386 บ่งชี้ความเหลื่อมล้ำของพื้นที่กกสะทอนที่มีไม่มากนัก โดยยังคงอยู่ในค่าเกณฑ์ที่อยู่ในค่ากลาง (<0.500)

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.ชุมชนกกสะทอน และภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยว ควรปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้มีภูมิทัศน์สวยงาม โดยเฉพาะพื้นที่ภูลมโลควรส่งเสริมให้มีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งเพิ่มขึ้น เสริมจากต้นไม้เดิมเพื่อทดแทนบางต้นที่อายุเพิ่มมากขึ้น
2.ควรมีการจัดทำป้ายบอกทางไปพื้นที่ท่องเที่ยวกกสะทอนให้ชัดเจน สังเกตเห็นได้ง่าย เนื่องจากพื้นที่กกสะทอนสามารถเดินทางเข้าไปได้หลายช่องทาง เช่น จากอำเภอหล่มเก่า หรือจากอำเภอด่านซ้าย เป็นต้น
บทวิเคราะห์รายเดือน ก.ค. - ก.ย. 2562
กรกฎาคม 2562
สิงหาคม 2562
กันยายน 2562
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน กรกฎาคม 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนกรกฎาคม 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 3.61 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอนเฉลี่ยอยู่ที่ 2,950 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 77.89 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ระดับ 0.440 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.384

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนกรกฎาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ 310 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.61 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่ร้อยละ 3.62 และ 3.09 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนกรกฎาคม 2562 ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าการขยายเวลามาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อเดือน มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา สะท้อนว่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติยังคงให้ความสนใจมาท่องเที่ยวในจังหวัดเลย และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะไม่ใช้ฤดูกาลท่องเที่ยวก็ตาม

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนกรกฎาคม 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 2,950 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 77.89 จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ที่มีรายได้เสริมเฉลี่ยอยู่ที่ 1,658 บาท/ครัวเรือน มาจากรายได้หลักจากการเกษตรของชุมชนด้วยการขายพืชผลทางการเกษตรในชุมชนได้เพิ่มมากขึ้น

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในเดือนกรกฎาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.440 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.384 บ่งชี้ความเหลื่อมล้ำของพื้นที่กกสะทอนที่แย่ลงจากเดือนก่อนหน้า (ยังคงน้อยกว่าค่ากลาง 0.500)

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.เร่งรัดการปรับภูมิทัศน์โดยรอบอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ (ส.ค. - ก.ย. 2562 ) ก่อนฤดูกาลการท่องเที่ยวที่จะมาถึงนี้ (ช่วงเดือนต.ค. 2562 – เดือนก.พ. 2563) โดยเฉพาะทัศนียภาพบนภูลมโล (ดอกซากุระเมืองไทย) ให้มีความสวยงามเพื่อดึงดูดใจและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน
2.จัดประชุมภายในชุมชนเพื่อเตรียมความพร้อม อาทิเช่น แผนการประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการการท่องเที่ยวในฤดูกาลการท่องเที่ยวที่จะมาถึง
3.ภาครัฐโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้การสนับสนุนส่งเสริมด้วยการจัดประชุมภายในชุมชนเพื่อเตรียมการวางแผนหาแนวร่วมการท่องเที่ยวระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน สิงหาคม 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนสิงหาคม 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 2.40 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอนเฉลี่ยอยู่ที่ 4,680 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 165.26 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ระดับ 0.438 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.440

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนสิงหาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ 350 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทยที่ร้อยละ 13.90 และ 1.82 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนสิงหาคม 2562 ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนสิงหาคม 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 4,680 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 165.26 จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่มีรายได้เสริมเฉลี่ยอยู่ที่ 1,764 บาท/ครัวเรือน จากการเข้าสู่ฤดูฝนโดยมีรายได้หลักจากการทำการเกษตรด้วยการขายพืชผลทางการเกษตรในชุมชนได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชุมชนกกสะทอนยังคงมีรายได้หลักเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอนในเดือนสิงหาคม 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.438 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.440 บ่งชี้ความเหลื่อมล้ำของพื้นที่กกสะทอนปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. สร้างการร่วมมือกันในพื้นที่เชื่อมโยงบริเวณแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงกัน เช่น ภูเรือ พระธาตุศรีสองรัก ภูลมโล (กกสะทอน) และอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ. นาแห้ว) ด้วยการประชาสัมพันธ์และจัดทำข้อมูลการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ให้แก่นักท่องเที่ยวรับทราบเพื่อเป็นข้อมูลจูงใจในการตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยว ทั้งนี้อาจขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ได้แก่ มหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดเลย (คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐ (เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว) เพื่อเข้ามาอบรมและร่วมกันจัดทำข้อมูลการท่องเที่ยว อาทิเช่น เส้นทางการท่องเที่ยว และแผนการท่องเที่ยวในพื้นที่เชื่อมโยงดังกล่าวให้กับตัวแทนภาคีเครือข่ายทั้งภาคประชาชน (ตัวแทนชุมชน) ภาคเอกชน เช่น ตัวแทนนักธุรกิจและผู้ประกอบการในท้องถิ่น เพื่อเป็นรูปธรรมมากขึ้น
2. การร่วมมือเป็นภาคีเครือข่ายกันของตัวแทนภาครัฐ (หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง) ภาคประชาชน (ตัวแทนชุมชนในแต่ละพื้นที่) ภาคเอกชน (นักธุรกิจ และผู้ประกอบการเอกชนในท้องถิ่น) เพื่ออบรมเรียนรู้ในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านการจัดการการท่องเที่ยว ด้านธุรกิจเบื้องต้นที่เหมาะสม ไม่ซับซ้อน ตลอดจนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน ตลอดจนการร่วมมือกันในเรื่องต่างๆ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกันของภาคีเครือข่าย
ชุมชนกกสะทอน พื้นที่พิเศษเลย รายเดือน กันยายน 2562
» ชุมชนกกสะทอน
• รายงานสำหรับผู้บริหาร
ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยเบื้องต้นในเดือนกันยายน 2562 ขยายตัวที่ร้อยละ 4.55 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวของครัวเรือนในชุมชนกกสะทอนเฉลี่ยอยู่ที่ 6,375 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 205.10 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนค่าสัมประสิทธิ์จีนีของชุมชนกกสะทอน อยู่ที่ระดับ 0.370 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.438

• วิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัด
รายได้จากการเยี่ยมเยือนของจังหวัดเลยในเดือนกันยายน 2562 พบว่า อยู่ที่ 290 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.55 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทยที่ร้อยละ 14.55 และ 4.09 ตามลำดับ โดยภาพรวมการท่องเที่ยวจังหวัดเลยในเดือนกันยายน 2562 ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตราการขยายตัวจะขยายตัวแบบชะลอตัวลงบ้างก็ตาม แต่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติยังคงให้ความสนใจมาท่องเที่ยวในจังหวัดเลยอย่างต่อเนื่อง และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะไม่ใช้ฤดูกาลท่องเที่ยวก็ตาม โดยสามารถสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และมีแนวโน้มการเติบโตได้มากยิ่งขึ้นกว่านี้ หากมีการบูรณาการการท่องเที่ยวในจังหวัดเลยของตัวแทนพื้นที่ทั้งหมดพร้อมกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

• วิเคราะห์รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชน
รายได้เสริมจากการท่องเที่ยวชุมชนกกสะทอน พบว่า ในเดือนกันยายน 2562 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 6,375 บาท/ครัวเรือน ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 205.10 จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า ที่มีรายได้เสริมเฉลี่ยอยู่ที่ 2,089 บาท/ครัวเรือน โดยมีรายได้หลักจากการขายพืชผลทางการเกษตรในชุมชนฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ขิง แก้วมังกร สับปะรด น้ำยางพารา ผักสด พริก และมะเขือ ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจาก อพท.พื้นที่ 5 ในการส่งเสริมการศึกษาดูงานของตัวแทนชุมชนในต่างพื้นที่ เพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ตัวแทนชุมชน เพื่อให้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับนำกลับไปใช้ต่อยอดในพื้นที่ของตน อีกทั้งเป็นผลดีแก่ชุมชนกกสะทอนให้มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น และส่งผลให้รายได้รวมเฉลี่ยต่อครัวเรือนของชุมชนกกสะทอนเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงเดียวกันปี 2561

• วิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ชุมชน (GINI)
ค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ หรือ Gini coefficient ของชุมชนกกสะทอน ในเดือนกันยายน 2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 0.438 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 0.440 บ่งชี้ความเหลื่อมล้ำของพื้นที่กกสะทอนที่ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และยังคงมีค่าต่ำกว่าค่าเกณฑ์ (<0.500)

• ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.ควรสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agrotourism) ให้มากขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงกิจกรรมแหล่งอื่นๆ ในพื้นที่ชุมชนกกสะทอนเพิ่มขึ้น เนื่องจากชุมชนกกสะทอนมีพื้นที่กว้างขวางและมีแหล่งปลูกพืชผลทางการเกษตรจำนวนมาก อาทิเช่น ขิง ข้าวไร่ แก้วมังกร องุ่น และสับปะรด ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมโยงเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการศึกษาดูงานในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นอกเหนือจากฤดูกาลท่องเที่ยวในฤดูหนาวที่ขึ้นชมดอกซากุระเมืองไทย (ดอกต้นนางพญาเสือโคร่ง) บนภูลมโลเพียงอย่างเดียว อีกทั้งเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนกกสะทอนอย่างยั่งยืน
2.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐควรให้การสนับสนุนส่งเสริมอบรมให้ความรู้ในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน (Integrated Farming System) ทดแทนการทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว (Monoculture) นำมาซึ่งรายได้หลักของครอบครัว ขณะเดียวกันชุมชนกกสะทอนสามารถมีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวจากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม รวมถึงการอบรมให้ความรู้การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่ชาวบ้านในชุมชนกกสะทอน พร้อมทั้งน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาอบรมให้แก่ชาวบ้าน เพื่อให้มีรายได้หลักและรายได้เสริมที่มั่นคง มีแนวทางในการประกอบอาชีพ การดำรงชีวิตภายในครอบครัวอย่างแข็งแรง มั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต